DozzDIY เพื่อการเรียนรู้ที่ดีกว่า

ถ่ายกับมือ : แนะนำโปรแกรม Capture One Pro 10

โปรแกรม RAW Converter ที่โดดเด่นมากอีกหนึ่งตัวซึ่งจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ Capture One Pro ปัจจุบันทาง Phase One ได้พัฒนามาจนถึงเวอร์ชั่น 10 ซึ่งมีและการใช้งานและคุณสมบัติน่าสนใจให้ช่างภาพอาชีพได้เลือกใช้งานได้สะดวกสบายขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเก่าๆ บทความนี้ผู้สอนจะพาไปทำความรู้จักรวมถึงการใช้งานคร่าวๆกันครับ

รูปแบบการใช้งานและการจัดระเบียบไฟล์

หลักการทำงานของโปรแกรม Capture One Pro จะเหมือนกับ Adobe Photoshop Lightroom นั่นคือผู้เรียนจะต้องสร้างแคตตาล็อกขึ้นมาเพื่อจดจำทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของไฟล์, อัลบั้มภาพ, โฟลเดอร์หรือคอลเลกชัน และการตั้งค่าอื่นๆในการตกแต่งภาพ ค่าพวกนี้จะไม่หายไปถ้าทำแคตตาล็อกเอาไว้ และโยกย้ายฐานข้อมูลได้ง่ายหากต้องย้ายไปทำงานกับคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นด้วยข้อมูลเดิม

สร้างแคตตาล็อกแล้วนำเข้าไฟล์ภาพ

1. ไปที่ File > New Catalog…

2. กำหนดชื่อแคตตาล็อกและตำแหน่งบันทึก

3. เลือก Import Images นำเข้าภาพเข้าสู่แคตตาล็อก

คุณสมบัติที่น่าสนใจ

ส่วนของการแนะนำคุณสมบัติและหน้าตาโปรแกรมระหว่างที่กำลังตกแต่งไฟล์ภาพ Capture One ก็มีสิ่งที่หลายโปรแกรมไม่มี เช่น คุณสมบัติการควบคุมข้อจำกัดของความผิดพลาดสี (Exceptional Handling of Color), การจัดการไฟล์ภาพแบบแยกหมวดหมู่ (Asset Management), เครื่องมือต่างๆที่พัฒนามาเพื่อการแก้ไขพิกเซลที่ทรงประสิทธิภาพ (Tools with Full Control) และอื่นๆอีกมาก มาดูกันว่า Capture One โดดเด่นในด้านใดกันบ้าง

หน้าต่างการทำงานของ Capture One Pro 10

การจัดการสีสัน

สีสันที่เที่ยงตรงจากโปรไฟล์กล้อง

ปัจจุบัน Capture One Pro มีโปรไฟล์สำหรับกล้องถ่ายภาพดิจิตอลทั้งยี่ห้อและรุ่นต่างๆมากถึง 400 โปรไฟล์แล้ว นี่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถกำหนดสีโปรไฟล์ตั้งต้นให้กับภาพเหมือนกับตอนปรับที่กล้องเลยทีเดียว

เครื่องมือควบคุมสมดุลของสี

เครื่องมือส่วนนี้นับเป็นไฮไลท์ที่สำคัญมาก เนื่องจากว่าผู้ใช้งาน Capture One Pro จะสามารถกำหนดสีต่างๆได้อย่างแม่นยำโดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามในการตรวจสอบสีที่ไม่พอดีให้กับภาพอีกต่อไป

เครื่องมือสำหรับการทำภาพขาวดำ

Capture One Pro มีส่วนของค่าสะท้อนแสงแปลงจากสีมาเป็นขาวดำ ทำให้จัดการส่วนสว่างของสีนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสเกลแต่ละตัวจะมีการควบคุมความนุ่มนวลของผลลัพธ์แบบเกิดน้อยส์ต่ำอีกด้วย

การแก้ไขสี

แก้ไขได้ทั้งสามมิติหลัก ได้แต่สีสัน (Hue), ความอิ่มตัว (Saturation) และ ความสว่าง (Lightness) ซึ่งเป็นค่าพารามิเตอร์สำหรับใช้จัดการสีแต่ละสี ทำให้สีถูกจัดการอย่างแม่นยำแบบไม่ส่งผลกระทบต่อสีอื่น

ส่วนการแก้ไขสีผิว

ส่วนพิเศษที่ Phase One พัฒนาเพิ่มเติมให้ใน Capture One เพื่อการจัดการและหาค่าสีผิวอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดควรใช้คู่กับพู่กันปรับแต่งเฉพาะจุด

ความลื่นไหลและประสิทธิภาพ

หน้าต่างการทำงาน

Capture One Pro ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้แต่ละคนทำงานตามตำแหน่งเครื่องมือที่ตนถนัด ดังนั้นมันจึงสามารถย่อขยาย หรือโยกย้ายตำแหน่งพาเนลจากส่วนต่างๆได้อย่างสบายๆตามความต้องการ

Source : Phase One

ทำงานแบบต่อตรงกับคอมพิวเตอร์

เนื่องจากว่า Capture One Pro คือโปรแกรมของ Phase One ที่มีความเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมภาพถ่ายอยู่แล้ว ดังนั้นไม่ต้องกังวลเลยว่าโปรแกรมจะขาดความยืดหยุ่นเมื่อต้องทำงานในระดับสตูดิโอ ตัวโปรแกรมนั้นทำงานได้ราบลื่นและรวดเร็วเข้ากันกับกล้องถ่ายภาพดิจิตอลแบบต่อตรงกับคอมพิวเตอร์ พร้อมทั้งยังปรับแต่งได้ทันทีเมื่อกดชัตเตอร์หรือจะเอาไว้แสดงภาพเฉยๆแบบจอใหญ่ก็ยังได้

การคัดลอกคุณสมบัติ

เมื่อต้องทำงานกับภาพที่ถ่ายมาแบบสภาวะการณ์เดียวกัน การปรับแต่งแบบรวดเดียวหลายๆใบจำเป็นต้องมีส่วนรองรับในจุดนี้และ Capture One Pro ก็ทำได้อย่างไม่มีปัญหาในไม่กี่คลิกเท่านั้น

สไตล์และแม่แบบ

บันทึกไอเดียในการจัดการสีที่เป็นเอกลักษณ์ในรูปแบบของไฟล์แม่แบบปรับแต่งภาพ โดยที่พร้อมจะนำไปใช้กับภาพไหนๆในอนาคตก็ได้ อีกทั้งยังมีการรองรับในรูปแบบไฟล์แยกที่นำไปแบ่งปันกับเพื่อนๆได้ด้วย

คีย์ลัดของโปรแกรม

จัดการกำหนดคีย์ลัดเพื่อสร้างความรวดเร็วในการใช้งานโปรแกรมได้ด้วยตัวของผู้ใช้เอง

การส่งออกสู่สื่อภายนอก

สำหรับการส่งออกภาพถ่ายที่ต้องมีการแปลงไฟล์ในปริมาณมาก ตัวเลือก Process Recipe ของ Capture One Pro ก็พร้อมที่จะผู้ใช้บันทึกการส่งออกในรูปแบบต่างๆไว้เป็นแม่แบบ

การเร่งประสิทธิภาพจากกราฟิกการ์ด

มีตัวเลือกการใช้งานกราฟิกการ์ดโดยตรงเพื่อเพิ่มความลื่นไหลให้กับโปรแกรมระหว่างการทำงาน

รูปแบบชื่อไฟล์และการกำหนด

โหมดกำหนดข้อมูลอัตโนมัติของ Capture One Pro จะช่วยให้ผู้ใช้งานเลือกใส่ข้อมูลที่โปรแกรมจัดหาจากค่าต่างๆในไฟล์อย่างสะดวกรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่ง, สถานที่ หรือเวลาและอื่นๆอีกมากมาย

อิสระในการจัดส่วนต่างๆของโปรแกรม

แคตตาล็อกและเซสชั่น

เซสชั่นมีไว้เพื่อกำหนดช่วงเวลาการทำงานแบบวันต่อวัน ส่วนแคตตาล็อกจะใช้ทำงานกับภาพที่มีจำนวนมากและแบ่งเป็นโฟลเดอร์แยกย่อยชัดเจน ผู้ใช้สามารถเลือกการทำงานให้กับ Capture One Pro อย่างไรก็ได้

ตัวกรองและอัลบั้มอัจฉริยะ

กรองภาพจำนวนมากเพื่อกำหนดเป็นอัลบั้มที่สัมพันธ์กันได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็น “ภาพผู้หญิงที่ถ่ายในเดือนกุมภาพันธ์” หรือ “ภาพสัตว์ที่ถ่ายได้ในระดับ 5 ดาวด้วยเลนส์ทางยาวโฟกัส 100mm” และอื่นๆซึ่งจะช่วยให้การจัดระเบียบไฟล์เป็นไปอย่างง่ายดายมากขึ้น

กำหนดคำเฉพาะและรายการคำเฉพาะ

คำเฉพาะจะมีประโยชน์ในการระบุถึงสิ่งที่ภาพนั้นมีหรือสื่ออกมาเป็นคำสั้นๆ โดยที่ Capture One มีการอำนวยความสะดวกให้นอกจากการเพิ่มลบอย่างง่ายแล้วยังมีการจดจำคำที่คาดว่าน่าจะใช้ได้อีกด้วย ทำให้ไม่ต้องมานึกว่าคำไหนที่ใช้บ่อยๆ

ระดับของภาพและหมุดหมาย

ระหว่างเซสชั่นและแคตตาล็อกที่ดำเนินการกับภาพไปนับพันนับหมื่น การแท็กหรือติดดาวให้กับภาพจะช่วยให้เราจดจำได้ว่าภาพนั้นเคยมีการดำเนินการอย่างไรหรือการปักหมุดไว้ดำเนินการในภายหลังได้ และโปรแกรมก็มีส่วนในการจัดการนี้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรอบสี, ธง, ระบบแท็ก, ระบบดาว และอื่นๆอีกมาก

ความเข้ากันได้กับฐานข้อมูลเก่า

Capture One Pro อนุญาตให้มีการนำเข้าไฟล์แคตตาล็อกที่มาจากเวอรืชั่นก่อนหน้าได้ด้วย พร้อมทั้งยังจัดการให้เข้ากันกับโปรแกรม รวมไปถึงการปรับปรุงระบบและโครงสร้างต่างๆเพื่อความมีเสถียรภาพ

การควบคุมเต็มรูปแบบ

การปรับแต่งเฉพาะจุด

RAW Converter ที่ดีจะต้องมีการแก้ไขแบบละเอียดกับภาพมากที่สุดนั่นคือการแก้ไขเฉพาะจุด (Local Adjustments) โดยที่ Capture One Pro มีระดับชั้นความละเอียดให้แก้ไขแบบซ้อนทับมากถึง 16 เลเยอร์ นอกจากนี้เครื่องมือแก้ไขอย่างพู่กันยังรองรับการทำงานกับปากกาแสงอย่าง Wacom อีกด้วย

การรักษาและทำซ้ำพื้นที่

เครื่องมือสำหรับรักษาและทำซ้ำพื้นที่ (Healing and Cloning Tool) เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยแก้ไขภาพถ่ายที่มีความบกพร่องเล็กๆน้อยๆให้ถูกกำจัดออกไปอย่างง่ายดาย หรือจะใช้กับพื้นที่ขนาดใหญ่ก็ไม่มีปัญหา

การดึงช่วงแสงที่กว้างอย่างเต็มประสิทธิภาพ

อย่างที่ทราบดีว่า RAW นั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อชดเชยสิ่งที่กล้องไม่สามารถเก็บได้ในช็อตเดียวนั่นคือการเก็บกู้รายละเอียดส่วนสว่างและมืดของภาพให้ใกล้เคียงกับดวงตามนุษย์ แต่บอกได้เลยว่าการดึงส่วนที่หายไปให้กลับมาของ Capture One Pro นั้นนุ่มนวลและสมจริงที่คุณภาพสูงสุดที่ไฟล์ภาพดิบจากกล้องนั้นจะทำได้

เส้นเคิร์ฟแชนเนล RGB และส่วนสว่าง

เครื่องมือทรงประสิทธิภาพอีกชิ้นหนึ่งคงไม่พ้นเส้นเคิร์ฟซึ่งโปรแกรมก็จัดมาให้เต็มที่เพื่อควบคุมรายละเอียดสีในระดับแยกเป็นแชนเนล แถมยังมีการจัดการส่วนสว่างโดยไร้ผลกระทบของสีสันและความอิ่มตัว

คุณสมบัติภาพเบื้องต้นแบบฟิล์มเสมือน

บางทีเราก็อยากได้ภาพแบบฟิล์ม และทาง Phase One ก็เพิ่มส่วนนี้ขึ้นมาเพื่อเอาใจขาวินเทจเพื่อเฟดภาพให้ซีดเหมือนฟิล์มได้ในคลิกสองคลิกเท่านั้น

รายละเอียดและโปรไฟล์เลนส์

การปรับความคมชัด

มีการปรับอยู่สองแบบด้วยกันนั่นคือการปรับในระหว่างกระบวนการตกแต่งภาพ (ปรับใน Post-Sharpening) และการปรับคมอีกครั้งเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อแหล่งเผยแพร่ (Output Sharpening) ใน Capture One Pro จะต้องปรับที่ Process Recipe เรียกว่ามีการรองรับอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

ความชัดเจนและโครงสร้างภาพ

สิ่งที่ทำให้ภาพดูชัดมากกว่าการทำให้พิกเซลคมในระดับที่ละเอียดมากๆของ Capture One มีสเกลอีกสองประเภทได้แก่ โครงสร้าง (Structure) และ ความชัดเจน (Clarity) ซึ่งไม่ส่งผลให้ภาพคมโดยตรงนักแต่มีความเนียนมากกว่า โดยที่โปรแกรมยังมีแม่แบบการปรับโครงสร้างภาพให้เหมาะสมก่อนจะแก้ไขด้วยตัวเองได้อีกด้วย

เม็ดเกรนแบบภาพจากกล้องฟิล์ม

สเกลที่ใช้มีด้วยกันสองสเกลคือ Impact และ Granularity โดยที่ถ้าผู้ใช้ยังไม่ค่อยคุ้นหรือใช้ไม่เป็นเลยก็ยังมีแม่แบบถึง 6 รูปแบบไว้รองรับการทำงานตรงส่วนนี้ เรียกว่าง่ายและสะดวกอย่างมาก

ความผิดพลาดของเส้นรายตารางและมัวเร่ (Moiré)

การแก้ไขปัญหาเส้นลายตารางและการจำลองพิกเซลที่มาจากเซ็นเซอร์กล้องที่มีข้อบกพร่องในการจัดเรียงพิกเซลที่มีความละเอียดสูงๆนั้นโปรแกรม Capture One Pro ก็ยังมีสเกลให้จัดการโดยที่จะทำการเกลี่ยรายละเอียดนั้นให้ลดลงซึ่งต้องระวังในส่วนนี้ให้ดี

คลื่นสัญญาณรบกวน

ปัญหาของคลื่นสัญญาณรบกวนในภาพจากหลายๆสาเหตุสามามรถลดได้ด้วยพาเนลที่ Capture One Pro มีมาให้ สามารถใช้สเกลทั้งสี่จัดการส่วนทั้งที่เป็นส่วนสว่าง (Luminance) หรือส่วนสี (Color หรือ Chroma) ได้ในคราวเดียว

การแก้ไขทัศนมิติของภาพ

มุมมองของกล้องเมื่อกดหรือเงยย่อมให้เส้นต่างๆในภาพดูไม่เป็นสัดเป็นส่วน ซึ่ง Keystone ใน Capture One Pro ก็ถูกดำเนินการมาเพื่อแก้ไขจุดเหล่านี้ให้มีระนาบที่ตรงตามที่ผู้ใช้ต้องการ

การแก้ไขโปรไฟล์เลนส์

บางทีนั้นผู้ผลิตอาจจะใส่พารามิเตอร์แนบมากับไฟล์เพื่อให้แก้ไขใน RAW Converter อยู่แล้ว ซึ่งก็จะช่วยให้เราไม่พบกับปัญหาเลนส์ได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ได้การแก้ไขสิ่งที่โปรแกรมให้มาแล้วไม่ถูกใจด้วยตัวเองก็ยังเป็นสิ่งที่ควรทำซึ่ง Capture One Pro ก็ยังเปิดให้แก้ไขไม่ว่าจะเป็นอาการคลาดสี, ส่วนคมที่ตกขอบ หรือปัญหายิบย่อยที่เกิดจากเลนส์ที่ใช้ในกรณีที่ไม่พบโปรไฟล์เลนส์อย่างพวกเลนส์มือหมุนอีกด้วย

ที่กล่าวมาเยอะแยะนี่คือส่วนหนึ่งที่ผู้เรียนจะได้พบในโปรแกรม Capture One Pro 10 นะครับ สำหรับใครที่เคยใช้ Lightroom CC ก็ต้องบอกเลยว่ามีทั้งสิ่งที่ดีกว่าและด้อยกว่าในบางจุด ใครชอบใช้ตัวไหนแล้วแต่ความชอบ แต่ว่า Capture One Pro ที่เป็นหลักสูตรจาก DozzDIY ไม่มีสอนน้า อิอิ

ไม่มีความเห็น

ลงความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*