การใช้งานฟิลเตอร์ Lens Blur

การใช้งานฟิลเตอร์ Lens Blur

ฟิลเตอร์ Lens Blur ใน Adobe Photoshop CC จะแยกออกมาจาก Shape Blur ในแง่ของรูปร่างการเบลอที่จำกัดเหลี่ยมมุมตามสภาพของใบเบลด (เลียนเสมือนเลนส์ถ่ายภาพจริง) และเพิ่มพารามิเตอร์ที่สำคัญเข้าไปหลายตัวเพื่อทำให้เอฟเฟกที่เกิดขึ้นมีความสมจริงมากที่สุด
ความเข้าใจเกี่ยวกับใบเบลดที่รวมเป็นม่านชัตเตอร์

จำนวนใบเบลด (ไดอะแฟรม – Diaphragm) เกี่ยวข้องกับรูปแบบลักษณะม่านชัตเตอร์ของกล้องโดยตรง ข้อสังเกตอย่างหนึ่งที่ได้จากใบเบลอที่มีจำนวนมาก ยิ่งทำให้ลักษณะของการสร้างวงแหวนการเบลอหรือโบเก้มีวงที่กลมมากขึ้นเรื่อยๆดังภาพ

ตัวเลือกที่มีให้ในฟิลเตอร์ Lens Blur

พารามิเตอร์และตัวเลือกในฟิลเตอร์ Iris Blur

เน้นความเร็วในการทำงานหรือความสมจริง : มีสองตัวเลือกในการประมวลผลซึ่งแต่ละแบบมีผลต่อการใช้ทรัพยากรในคอมพิวเตอร์ที่ใช่งานอยู่ด้วย นั่นคือ Faster (แบบเร็ว) และ More Accurate (มีความแม่นยำสมจริงมากยิ่งขึ้น)

ส่วน Depth Map

กลุ่มตัวเลือกระบุพื้นที่ของเอฟเฟกและระยะเบลอของเอฟเฟก มีผลต่อพื้นผิวและความสมจริงแต่จะต้องกำหนดไว้ก่อนที่จะมาใช้ตัวเลือกนี้

Source : แหล่งอ้างอิงพื้นผิวของการเบลอ

Blur Focal Distance : ระยะทางของการเบลอ วัดจากจุดสนใจ

Invert : สลับเป็นเอฟเฟกจากด้านในออกด้านนอกเมื่อทำเครื่องหมายถูก (เปลี่ยนผลลัพธ์เป็นแบบตรงกันข้าม)

ส่วน Iris

เลียนแบบเสมือนม่านชัตเตอร์ตามที่ได้กล่าวเอาไว้ มีตัวเลือก 3 แบบ คือรัศมี (Radius), ความโค้งของใบเบลด (Blade Curvature) และ การหมุน (Rotation)

Shape : ส่วนบังคับรูปแบบใบเบลด มี 6 รูปร่างตั้งแต่ 3 ไปจนถึง 8 ใบเบลด

Radius : รัศมีส่งผลต่อความแรงเอฟเฟกและสัมพันธ์กับขนาดภาพ ยิ่งภาพมีขนาดใหญ่ค่ารัศมียิ่งต้องมากตามไปด้วย ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์จะต่ำ

Blade Curvature : เลียนเสมือนความโค้งของใบเบลดที่เป็นม่านชัตเตอร์ เกี่ยวข้องกับรูปทรงโบเก้และการเบลอ

Rotation : การหมุนของวงเอฟเฟกที่ได้จากรูปร่างม่านชัตเตอร์อีกที

ตัวเลือกต่างๆในฟิลเตอร์ Lens Blur

ส่วน Specular Highlights

ตัวเลือกการบีบบังคับโบเก้หรือพื้นที่นอกโฟกัสที่เกิดการเบลอ มี 2 ตัวเลือก ได้แก่ ความสว่าง (Brightness) และ การยกเว้น (Threshold)

Brightness : การเพิ่มความสว่างให้กับพื้นที่นอกโฟกัส มีโอกาสหลุดรายละเอียดจนขาวสว่างหากปรับเพิ่มขึ้นมากจนเกินไป

Threshold : ค่าการละเว้นเอฟเฟกความสว่าง เน้นไปที่ส่วนที่มีความเปรียบต่างมากที่สุดของเอฟเฟกจาก Brightness ขึ้นมาก่อนและจะกินพื้นที่มากขึ้นเมื่อมีค่ามากขึ้น

ส่วน Noise

มีไว้เพื่อทำให้ผลของรายละเอีดที่หายไปจากการเบลอดูมีอะไรๆขึ้นมาบ้าง เพราะถ้าเบลอมากไปสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือภาพเนียนเกินจนขาดความสมจริงและดูเป็นดิจิตอลมากไปหน่อย

Amount : ความแรงของการใส่น้อยส์เข้าไปในภาพ

Distribution : การกระจายตัว แบบไม่มีเงื่อนไขโดยใช้รูปแบบเดิม (Uniform) และ แบบกระจายตัวโดยคำนึงความเรียบเนียนมุมมน (Gaussian)

Monochromatic : ความขาวและดำของน้อยส์ที่กระจายตัวลงไปในภาพ หรือเรียกว่า น้อยส์แสง (Luminance Noise)

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Wuttipong Nim-orn

Wuttipong Nim-orn

Instructor of DozzDIY
เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ
เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

ภาพถ่ายคุณภาพสูงมีปัจจัยอะไรบ้าง?

การถ่ายภาพให้มีคุณภาพสูงมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ถือเป็น 1 รากฐานสำคัญที่ทางผู้สอนและทีมงาน DozzDIY พยายามปลูกฝังให้กับผู้เรียนและผู้ที่เข้ารับการฝึกฝนจากเราจนเป็นความเคยชิน ดังที่ผู้เรียนในหลักสูตร ‘หลักการถ่ายภาพพื้นฐาน’ (Basic Photography : Newbie QuickStart) เพราะหากเรามีรากฐานที่แข็งแรงเมื่อมีโอกาสต่อยอดความรู้ในลำดับต่อๆไปจะเป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้นมาก บทความนี้จึงมีเนื้อหาที่สำคัญซึ่งจะช่วยปรับปรุงให้กับผู้ที่ไม่ทราบมาก่อน และช่วยทบทวนความรู้ความเข้าใจกับผู้ที่เคยเรียนกับเราไปแล้ว

เสริมความสามารถในการโฟกัสภาพแบบแมนนวล

ความผิดพลาดในการโฟกัสที่มีสาเหตุมาจากระบบของตัวกล้องจวบจนถึงปัจจุบันทำให้ใครหลายคนพลาดวาระสำคัญในชีวิตไปมากมาย จนเราไม่อาจให้ความเชื่อมั่นกับระบบอัตโนมัติ และหนทางในการแก้ปัญหาที่ดีวิธีหนึ่งคือการเลือกกำหนดโฟกัสด้วยตัวเอง

สร้างความน่าสนใจให้กับภาพด้วย ‘การเคลื่อนไหว’

บทความการสร้างความน่าสนใจให้กับภาพด้วยการเคลื่อนไหว ได้กล่าวถึงวิธีการที่จะช่วยให้สนใจมีความโดดเด่นแตกต่างจากวัตถุหรือสภาพแวดล้อม ซึ่งวิธีการดังกล่าวยังแสดงถึงความมีชีวิตชีวาไม่หยุดนิ่งภายในภาพได้อีกด้วย

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา