ปรับแต่ง Lightroom Classic ให้ทำงานไวขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เริ่มต้นใช้งาน Adobe Photoshop Lightroom CC หรือผู้ที่ใช้งานมาได้สักระยะแล้วพบกว่าโปรแกรมทำงานช้าลง สาเหตุดังกล่าวมีอยู่หลายปัจจัยด้วยกัน บทความนี้จะช่วยวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นพร้อมทั้งวิธีการแก้ไขส่วนต่างๆเพื่อให้โปรแกรมทำงานได้ไวกว่าเดิม หวังว่าจะมีประโยชน์กับทุกท่านนะครับ


เนื้อหาสำหรับผู้สนับสนุน
สนับสนุนเราเพื่อเข้าชมทุกเนื้อหา
Facebook Page : DozzDIY

1. เกี่ยวกับระบบปฏิบัติการและฮาร์ดแวร์ของคอมพิวเตอร์

harddiskSpace1.1 อัพเดทโปรแกรมให้เป็นเวอร์ชั่นปัจจุบันเสียก่อน

– ในโปรแกรม Lightroom ไปที่ > Help > Check for Updates

1.2 คอมพิวเตอร์ควรจะมีสเปกอย่างน้อยๆก็ระดับต่ำสุดที่โปรแกรม Adobe Lightroom CC ระบุเอาไว้

– ระบบต่ำสุดที่กล่างถึงยกตัวอย่างเช่น แรมที่คอมพิวเตอร์นั้นมีอยู่เพียงพอต่อความต้องการของโปรแกรมหรือไม่ (อาจจะ 4GB หรือ 8GB) หน่วยประมวลผลเป็นอย่างไร ทั้งนี้มีผลเกี่ยวข้องไปยังสิ่งที่ทำงานร่วมด้วยและการใช้งานทรัพยากรเครื่องระหว่างใช้งานโปรแกรม ไม่ว่าจะเป็น ขนาดของไฟล์ภาพ, ประเภทของไฟล์ภาพ (RAW, DNG, TIFF), จำนวนภาพที่สะสมไว้ในแคตตาล็อก, หรือแม้แต่การใช้เครื่องมือที่เกี่ยวข้องกับหน่วยประมวลกราฟฟิก เช่นถ้าใช้พู่กันยิ่งมากจุดในภาพก็ยิ่งใช้หน่วยประมวลผลให้ทำงานหนักขึ้นอีกด้วย

ข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่มีกำลังทรัพย์ในการอัพเกรดระบบ : ให้ใช้ CPU หรือหน่วยประมวลผลระดับที่สูงขึ้น เช่น แบบ 6-Cores การ์ดจอที่ดีมากขึ้น หรือจอภาพที่มีความละเอียดสูง, สถาปัตยกรรมแบบ 64 บิต, แรมที่ควรใช้ไม่น้อยกว่า 4 GB, หรือฮาร์ดดิสก์ภายนอกในการเก็บไฟล์ที่มีการถ่ายโอนข้อมูลรวดเร็ว ดูข้อมูลทรัพยากรที่โปรแกรม Adobe Photoshop Lightroom ต้องการในระดับต่ำสุดได้ที่นี่ >> คลิก

1.3 แหล่งจัดเก็บต้องมีการถ่ายโอนข้อมูลที่รวดเร็ว

ที่ว่ามานี้หมายถึงฮาร์ดดิสก์ที่เรากำลังทำงานร่วมด้วยซึ่งปัจจุบันนี้มีฮาร์ดดิสก์ประเภท SSD ซึ่งทำงานได้รวดเร็วขึ้นมาก อย่างไรก็ตามหากไม่ทราบหรือไม่มีความรู้ในเรื่องดังกล่าวกรุณาสอบถามเจ้าหน้าที่หรือพนักงงานที่ให้บริการสินค้ากับคุณโดยตรง (ราคาก็จะแพงกว่าระดับปกติทั่วไป)

1.4 มีพื้นที่เหลือว่างมากเพียงพอ

การทำงานร่วมกับฮาร์ดดิสก์ที่มีพื้นที่เหลือน้อยเกินไปเป็นสาเหตุหนึ่งให้การทำงานโดยรวมช้าลง ตรวจสอบให้แน่ใจก่อนว่าพื้นที่ในเครื่องของคุณมีที่ว่างเพียงพอต่อการรันโปรแกรมและจัดการหาโปรแกรมที่ช่วยจัดการไฟล์ที่ไม่จำเป็นออกไปจากเครื่องเพื่อช่วยให้การบริหารจัดการพื้นที่ต่างๆเป็นไปโดยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

1.5 ไม่ลืมอัพเดทไดร์เวอร์ของการ์ดจอ

ความเข้ากันได้ของหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (Graphic Processor Unit – GPU) กับโปรแกรม Adobe Photoshop Lightroom กรุณาตรวจสอบที่ลิงก์ >> ตรวจสอบความเข้ากันได้ของการ์ดจอและโปรแกรม Lightroom (โดยส่วนใหญ่แล้วการทำงานดังกล่าวมักไม่พบปัญหาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้ปฏิบัติการ Macintosh)

updateDriverGForce

การ์ดจอของ Nvidia สำหรับ Windows หาดาวน์โหลดได้ที่เว็บนี้

สำหรับปฏิบัติการ Windows กรุณาตรวจสอบว่าเวอร์ชั่นของหน่วยประมวลผลกราฟฟิกหรือการ์ดจอของท่านเป็นรุ่นปัจจุบันแล้ว ตรวจสอบได้ที่ >> Update the graphics driver | Windows XP สำหรับ Windows XP และ อัพเดทสำหรับ Windows 8, 7, Vista กรณีพบปัญหาในปฏิบัติการของ Macintosh ตรวจสอบได้โดยการไปที่เมนู > อัพเดทซอฟท์แวร์

2. เกี่ยวกับการปรับแต่งโปรแกรมให้เหมาะสม

2.1 เลือกใช้วิธีการพรีวิวไฟล์ที่เหมาะสม

– เมื่อมีการนำไฟล์ภาพเข้ามายังโปรแกรม Lightroom จะทำการคัดลอกสำเนาพรีวิวภาพขนาดเล็กเอาไว้เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการชมแบบคร่าว ไฟล์สำหรับดูคร่าวๆนี้เราเรียกว่าไฟล์พรีวิว (Preview Files) ไฟล์ดังกล่าวจะถูกเรียกใช้ในทุกๆโมดูลไม่ว่าจะเป็นมุมมอง Grid View, Loupe View, สไลด์โชว์และอื่นๆ ไฟล์ดังกล่าวนี้ไม่เกี่ยวข้องกับไฟล์ต้นฉบับที่นำมาใช้ในการปรับแต่งแต่อย่างใด

เมื่อทำการนำเข้าไฟล์เข้ามา มีประเภทของขนาดไฟล์พรีวิวหลายแบบให้เลือก อธิบายได้ดังนี้

Minimal : ไฟล์มีขนาดเล็กความละเอียดต่ำ ถูกสร้างขึ้นและเรียกดูได้รวดเร็วที่สุด

Embedded & Sidecar : ไฟล์จะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นมาเล็กน้อย โดยที่จะมีข้อมูลของกล้องแนบเข้าไปในภาพนั้นๆด้วย ใหญ่กว่าแบบ Minimal อยู่ไม่เท่าไหร่ เพราะเป็นข้อมูลประเภทอักษร

Standard : แตกต่างจากสองแบบแรกในเรื่องของการประมวลผลตรงที่มีเรื่องของขนาดจอภาพผู้ใช้มาเกี่ยวข้องด้วย

1 ต่อ 1 : เป็นการพรีวิวแบบขนาด 100% ของขนาดไฟล์ภาพแบบพิกเซลต่อพิกเซลซึ่งจะใช้งานเมื่อไม่มีการใช้การประมวลผลภาพ (ขณะที่ไม่ได้แต่งภาพจะไม่มีการเรียกใช้ไฟล์ต้นฉบับ) เป็นการบันทึกไฟล์สำหรับเรียกดูให้มีความละเอียดได้เต็มที่ การใช้ไฟล์ลักษณะนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสียตรงที่เมื่อเรียกใช้งานโปรแกรมอาจจะต้องทำงานเรียกไฟล์ขึ้นมาสักพัก แต่ระหว่างการตกแต่งแก้ไขภาพค่อนข้างราบรื่นเพราะมีไฟล์สำรองในการเรียกชมไว้แล้วนั่นเอง

filehandling2.2 ไฟล์พรีวิวมาตรฐานต้องมีขนาดเล็กที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

เหตุผลเพราะว่าการประมวลผลไฟล์พรีวิวไว้เพื่อจัดเก็บก่อนการตกแต่งภาพนั้นต้องใช้เวลา การเก็บในรูปแบบมาตรฐานเบื้องต้นจะช่วยลดระยะแคชที่เครื่องและปัญหาของการใช้พื้นที่บนฮาร์ดดิสก์ในระยะยาว

วิธีการทำให้ขนาดไฟล์มาตรฐานมีการใช้พื้นที่ๆน้อยลง ทำได้ดังนี้

– เลือก Edit > Catalog Settings (Windows) หรือ Lightroom > Catalog Setting (Mac OS) จากนั้นเลือก File Handling

– ที่ตัวเลือก Standard Preview Size, ให้กำหนดค่าความละเอียดที่มากกว่าจอภาพมากที่สุดโดยกำหนดค่าด้านที่ยาวที่สุดของภาพ (Long Edge) สมมติเป็น 2048px สำหรับจอภาพแบบ 1920 x 1080

– ที่ Preview Quality เลือก Low หรือ Medium

2.3 พิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะเก็บไฟล์พรีวิวขนาด 1:1 ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่ให้ลบอัตโนมัติ

ปกติแล้ว Lightroom จะให้มีการกำหนดระยะเวลาลบไฟล์พรีวิวของภาพที่ไม่เคยหยิบมาตกแต่งแก้ไขเป็นระยะเวลาช่วงหนึ่ง ในส่วนนี้เราสามารถที่จะกำหนดได้โดยเปิดกล่อง Catalog Setting > Automatic Discard 1:1 Previews > 30 Days หรือ Never กำหนดได้ตามความต้องการของวัตถุประสงค์ผู้ใช้งาน (ส่งผลต่อขนาดด้วยนั่นเอง)

2.4 เก็บไฟล์แคตตาล็อกและไฟล์แคชข้อมูลไว้ในโฟลเดอร์เดียวกันเสมอ

samelocationโดยปกติทั่วไป Lightroom จะทำการเก็บไฟล์แคช (แทนที่ด้วยชื่อ “[ชื่อแคตตาล็อก] Previews.lrdarta”) ไว้ในตำแหน่งเดียวกันกับไฟล์แคตตาล็อก (แทนที่ด้วยชื่อ “[ชื่อแคตตาล็อก].lrcat”) การเก็บไว้ร่วมกันจะทำให้ไม่งงเวลาย้ายหรือค้นหานั่นเอง

2.5 ปิดการเขียนทับข้อมูล XMP แบบอัตโนมัติออกไป

ทุกครั้งที่มีการแก้ไขภาพถ่ายไม่ว่าจะเป้นการลบตาแดง, เพิ่มคำเฉพาะสำหรับการค้นหา ฯลฯ Lightroom จะทำการบันทึกข้อมูลลงในไฟล์แคตตาล็อกอยู่แล้ว ซึ่งนั่นก็ดีถ้าหากว่าเราไม่ได้ใช้โปรแกรมอื่นนอกเหนือโปรแกรมในเครือของ Adobe หรือแม้แต่การทำงานร่วมกับ Adobe Bridge และ ปลั๊กอิน Camera Raw ใน Photoshop ก็ดูเหมือนว่าจะสอดประสานการทำงานได้ดีอย่างไม่มีปัญหา ดังนั้นการปิดการเขียนไฟล์ทับแยกเป็น XMP ก็จะช่วยให้การทำงานต่างๆรวดเร็วขึ้นเช่นเดียวกัน
การปิดกระบวนการเขียนทับเป็น XMP ทำได้ดังนี้
– เลือกตัวเลือก Edit > Catalog Settings (Windows) หรือไปที่ Lightroom > Catalog Settings (Mac)
– คลิกที่แท็บ Metadata และเอาเครื่องหมายถูกที่ตัวเลือก Automatically Write Changes Into XMP ออก

2.6 ปรับปรุงแคตตาล็อกอยู่เสมอ

ไปที่ File > Optimize Catalog เมื่อคุณพบว่า Lightroom ทำงานช้าลง การทำแบบนี้ Lightroom จะทำการตั้งค่าต่างๆให้ใหม่เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพการทำงานกับขนาดไฟล์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

2.7 เพิ่มขนาดไฟล์แคชสำหรับไฟล์ RAW ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น

เพื่อความรวดเร็วในการทำงานกับไฟล์ภาพ Lightroom จะทำการจับจองพื้นที่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณเพิ่มเติมในขณะทำงานโดยที่ไม่ต้องโหลดไฟล์ภาพจากแหล่งจัดเก็บไปๆมาๆ ค่าปกติที่ถูกเซ็ตไว้สำหรับไฟล์สำรองนี้คือ 1 GB ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงค่านี้ให้มากยิ่งขึ้นก็หมายความว่าโปรแกรมจะทำงานกับไฟล์ในปริมาณที่มากขึ้นได้เมื่อเปิดใช้งาน
การเพิ่มปริมาณไฟล์แคชขณะทำงานกับ Lightroom ทำได้ดังนี้
– ไปที่ Lightroom > Preferences (Mac) หรือ Edit > Preferences (Windows).
– คลิกที่แท็บ File Handling
– ในช่องของ Camera Raw Cache ตั้งค่าไว้ที่ 10GB หรือมากกว่าก็ได้
และถ้าหากว่าต้องการใช้โปรแกรมทำการแคชไฟล์ไว้กับฮาร์ดดิสก์ที่มีประสิทธิภาพในการรับส่งข้อมูลสูงๆ ก็สามารถชี้ตำแหน่งไปยังฮาร์ดดิสก์นั้นได้ด้วยเช่นกัน ดังนี้
– ไปที่ Lightroom > Preferences (Mac) หรือ Edit > Preferences (Windows).
– คลิกที่แท็บ File Handling
– ในช่องของการตั้งค่า Camera Raw ให้ระบุตำแหน่งที่โปรแกรมจะทำการสร้างไฟล์แคช

3. เกี่ยวกับการบำรุงรักษาระบบ

lightroomUpdate3.1 ปรับปรุงโปรแกรมให้มีความทันสมัยตลอดเวลา

เมื่อมีการประกาศปล่อยเวอร์ชั่นล่าสุดของ Adobe Photoshop Lightroom ออกมานั่นหมายความว่าจะมีไฟล์จากกล้องรุ่นใหม่ๆที่เปิดได้แล้วในโปรแกรม นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงแก้ไขข้อผิดพลาดรวมไปถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้นด้วย ตรวจสอบว่ามีเวอร์ชั่นใหม่ๆออกมาหรือยังได้โดยการไปที่  Help > Check For Updates

3.2 ปิดโปรแกรมอื่นๆที่ไม่จำเป็น

ระบบปฏิบัติการจะทำการรันโปรแกรมพื้นฐานหรือที่เราติดตั้งและสั่งการให้รันเอาไว้ทุกครั้งเมื่อเปิดเครื่อง การปิดโปรแกรมที่ไม่จำเป็นในระหว่างการทำงานกับ Lightroom นั้นส่งผลให้ทุกอย่างในโปรแกรมรวดเร็วขึ้นด้วย ตรวจสอบ Task Manager ของคุณไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการใดๆก็ตาม

3.3 ทำความสะอาดระบบ

นอกเหนือไปจากโปรแกรมอื่นๆที่ไม่จำเป็นซึ่งปิดได้ง่ายๆ ก็ยังมีไฟล์อื่นๆที่ต้องใช้ความพยายามพอสมควรเพื่อเข้าไปจัดการ ไม่ว่าจะเป็นระบบปฏิบัติการใดๆก็ตามจะมีโปรแกรมประเภท Cleanup หรือโปรแกรมในการบำรุงรักษาซึ่งจะทำหน้าที่ตรวจสอบทรัพยากรที่เครื่องกำลังจัดการและทำให้ระบบโดยรวมดีขึ้นได้

อย่างไรก็ตามในระบบปฏิบัติการ Windows ถ้าคุณไม่มีโปรแกรมก็ทำตามวิธีการดังนี้

– ทำตามอย่างใดอย่างหนึ่งนี้

สำหรับ Windows XP :  ไปที่ Start > Programs > Accessories > System Tools > Disk Cleanup.
สำหรับ Windows Vista/7/8/10 :  ไปที่ Start, พิมพ์คำว่า Disk Cleanup ในช่องค้นหาแล้วทำการเลือก Disk Cleanup จากรายชื่อโปรแกรม

– ทำการเลือกไดร์ฟที่ต้องการปรับปรุงจัดการ

– เลือกไฟล์ที่ต้องการจัดการเมื่อแน่ใจแล้วว่าไฟล์ดังกล่าวไม่มีความจำเป็นต่อระบบ จากนั้นกด ตกลง

creanmymac

ตัวอย่างโปรแกรม Clean My Mac สำหรับจัดการระบบในปฏิบัติการ Macintosh

3.4 จัดเรียงข้อมูลในฮาร์ดดิสก์เมื่อมีโอกาส

การจัดเรียงข้อมูล (Defragment) ในดิสก์นั้นจะช่วยให้ข้อมูลที่ถูกบรรจุไว้เป็นช่องๆในฮาร์ดดิสก์มีความเป็นกลุ่มก้อนและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น (ความเป็นระเบียบจะมีน้อยลงเรื่อยเมื่อมีการลบและเขียนทับใหม่ๆซ้ำไปซ้ำมา) ดังนั้นการจัดเรียงเสียใหม่ก็จะช่วยให้การรันใช้งานหรือระบบโดยรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วย

3.5 ตรวจสอบเวอร์ชั่นของระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่ให้มีความทันสมัย

LR Classic CC : Reverse-Learning
(ราคาหลักสูตร 2,490 บาท)
เรียนรู้ Lightroom ขั้นพื้นฐานด้วยกระบวนการย้อนกลับ

แนะนำหลักสูตร | เข้าเรียน

LR Classic CC : Master Class
(ราคาหลักสูตร 3,490 บาท)
หลักสูตร Lightroom CC ภาคต่อเนื่องและหลักสูตรประยุกต์

แนะนำหลักสูตร | เข้าเรียน

บทความที่เกี่ยวข้องในหมวดนี้
รูปแบบสีที่ช่างภาพควรรู้

เรียนรู้ 3 รูปแบบสีสำหรับช่างภาพเพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างในการนำไปใช้ให้เหมาะสมบนสื่อต่างๆ

สีสัน, ความอิ่มตัว และ ความสว่างในโปรแกรมตกแต่งภาพถ่าย

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของ สีสัน, ความอิ่มตัว และ ความสว่าง ซึ่งเป็นคุณลักษณะของสีเพื่อต่อยอดความสามารถในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายสีให้ดีมากยิ่งขึ้น

เฉดสี, โทนสี และ ทินท์สี

ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหมายของ เฉด (Shades), โทน (Tones) และ ทินท์ (Tints) ซึ่งจะช่วยให้ช่างภาพนำไปประยุกต์ใช้กับเครื่องมือหรือการทำงานด้านอื่นเกี่ยวกับสีได้ดียิ่งขึ้น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า