ประสบการณ์ในการใช้งาน Peugeot Django 150i

ประสบการณ์ในการใช้งาน Peugeot Django 150i

Wuttipong Nim-orn
Wuttipong Nim-orn
Instructor of DozzDIY
เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสได้ซื้อรถมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสสไตล์ Neo-Retro (ทั้งล้ำสมัยและย้อนยุค) ที่มีประวัติในวงการยานยนต์มานานอย่าง เปอโยต์ (Peugeot) โดยที่จองกับตัวแทนจำหน่ายในจังหวัดพิษณุโลกไปตั้งแต่ต้นๆปี 2562 ซึ่งกว่าจะถึงเวลาได้ไปรับรถก็ต้นเดือนพฤศจิกายน ปัจจุบันก็เข้าสู่กิโลเมตรที่ 3,000 แล้ว และด้วยถ่ายภาพไว้พอสมควรเกี่ยวกับรถคันนี้จึงจะมาทำบทความเกี่ยวกับประสบการณ์และความเห็นในการใช้งาน Peugeot Django 150i สำหรับผู้ที่สนใจครับ

Peugeot Django 150i เป็นมอเตอร์ไซค์สกู๊ตเตอร์ที่ผู้สอนได้พบเห็นข่าวเห็นจากงาน Motor Expo 2019 แล้วรู้สึกถูกใจมากกับดีไซน์การออกแบบและสมรรถนะที่ได้ ก่อนหน้านี้ดูสกู๊ตเตอร์ไว้หลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น สโกมาดิ (Scomadi) หรือ รอยัลอัลลอยด์ (Royal Alloy) แต่ยังไม่ค่อยถูกใจกับทรงมดมากนัก ประจวบเหมาะกับการเปิดตัวของเปอโยต์พอดีจึงไม่ลังเล ด้วยความที่ส่วนตัวก็คิดอยากจะหาสกู๊ตเตอร์ที่ขี่ไม่ยากมาใช้ขี่ในบริเวณแถวที่พักไม่ได้ออกไปไหนไกล มีคุณสมบัติการชับขี่ในเมืองที่ต้องเร่งๆหยุดๆบ่อย มุดได้ไม่ลำบาก และต้องเข้าใจระบบต่างๆได้โดยที่ไม่ต้องอาศัยทักษะมากนัก อีกทั้งไม่ได้ต้องการความเร็วปลายที่หวือหวา จำได้ว่าช่วงที่ยังไม่มีตัวแทนอย่างเป็นทางการในไทยราคาค่อนข้างสูงอยู่ที่ราวๆ 140,000 บาทต่อคัน แถม CC ยังได้แค่ 125 เท่านั้น

หมายเหตุ : ส่วนแลมเบรตต้า (Lambretta) กับ เวสป้า (Vespa) ก็สวยดีนะ แต่ไม่ได้รู้สึกอินด้วยเท่าไหร่อาจจะเป็นเพราะไม่มีประสบการณ์หรือความผูกพันธ์กับแบรนด์ใดๆมาก่อนด้วยมั้ง

มิติการออกแบบส่วนต่างๆของตัวรถ

เปอโยต์จังโก้ถูกออกแบบมาให้แทบทุกส่วนของตัวรถไม่มีเหลี่ยมมุมให้ความรู้สึกลื่นไหลงดงามในแบบเส้นโค้งเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) มีความเว้าโค้งที่โอ่อ่าในช่วงท้ายตัวรถ อีกทั้งส่วนต่างๆของตัวรถจะไม่ค่อยมีการติดลวดลายจากสติ๊กเกอร์ (ยกเว้นกลุ่ม Sport) ทำให้ภาพลักษณ์เรียบหรูสวยงาม ยิ่งเป็นสีโมโนโครมอย่างสีเทาเข้มซึ่งเป็นโทนสีที่ถอดแบบมาจากรถยนต์ Peugeot Saloon แล้วก็รู้สึกว่าภูมิฐานดูได้นานไม่รู้สึกเบื่อง่าย ผู้ใช้สามารถเข้ากันกับสีของรถด้วยการแต่งตัวที่หลากหลายไม่ขัดกัน

Peugeot Django 150i – Heritage

ไฟส่วนด้านหน้า (Headlight)

ส่วนของไฟหน้าใน Peugeot Django 150i มีความหน้าสนใจอยู่สองจุดคือตัวไฟหน้าดวงกลมแบบย้อนยุคสีส้มที่ค่อนข้างใหญ่และให้กำลังไฟแรงมาก จากการใช้งานในระยะสั้นๆพบว่าร้อนง่ายและตำแหน่งไฟสูง สิ่งนี้แก้ได้โดยการเปลี่ยนหลอดไฟเป็นแบบ LED และใช้ไขควงขันน็อตที่อยู่ใต้คอรถให้หลวมลงมากๆจะแก้ปัญหานี้ได้

จุดที่สองเป็นไฟประดับที่รอบโลโก้สิงโต ตรงนี้มีไว้เพื่อความสวยงามเพราะไม่ได้ช่วยให้ถนนเบื้องหน้าสว่างมากนัก ก็เป็นการวางดีไซน์ได้สวยดีเวลาวิ่งในยามค่ำคืน สำหรับไฟเลี้ยวซ้ายขวาจะฝังไปในตัวรถไม่มีส่วนใดยื่นออกมาเลย ตรงนี้ชอบมาก

ไฟหน้าตัวรถ โลโก้สิงโต

จอแสดงผล (Speedometer)

เรือนไมล์บนหน้าจอนั้นเข้าใจง่ายและใช้ประโยชน์ได้จริง ไม่มากแต่เพียงพอต่อการอ่านค่าต่างๆ เบื้องต้นก็เป็นระดับน้ำมัน, กิโลเมตรที่รถได้วิ่งไป และยังมีส่วนของอุณหภูมิที่ใช้อยู่ในปัจจุบันด้วย

หน้าปัดเรือนไมล์ที่เข้าใจง่ายมาก

ถังน้ำมันและช่องเก็บของต่างๆ (Fuel & Storage)

ความจุของถังน้ำมันในสกู๊ตเตอร์ Peugeot Django 150i มีขนาดอยู่ที่ 8.5 ลิตร ต้องเติมแบบแก๊สโซฮอล์ 95 ซึ่งให้มาเยอะมากขนาดที่ว่าสามารถขับขี่จากพิษณุโลกไปถึงเขาค้อได้โดยที่ไม่ต้องจอดพักเติมน้ำมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว (ระยะทางที่ใช้อยู่ที่ 170-190 กิโลเมตร) โดยที่ช่องเติมน้ำมันจะอยู่ในส่วนเปิดปิดทางด้านซ้ายหน้าตัวรถบริเวณผู้ขี่ ด้านขวาเป็นช่องชาร์จไฟสำหรับเชื่อมโทรศัพท์มือถือ

ส่วนช่องเก็บของจะอยู่ใต้เบาะของผู้ขี่ซึ่งเป็นเบาะตอนแรก พื้นที่เก็บของกว้างขวางสามารถเก็บหมวกกันน็อคแบบครึ่งใบได้สองใบ

ช่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่

เบาะนั่ง (Seats)

เบาะนั่งผู้โดยสารถูกแบ่งออกเป็นสองตอน มีการออกแบบให้รองรับสรีระส่วนสัมผัสกับเบาะไว้เป็นอย่างดี ให้ความรู้สึกเหมือนว่ากำลังนั่งเก้าอี้โซฟาที่เคลื่อนได้ ส่วนผู้ขับขี่และผู้ซ้อนแยกกันชัดเจน แถมในส่วนผู้ซ้อนยังสามารถขันน็อตออกเพื่อเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์เสริมปิดท้ายเบาะได้ด้วยกรณีที่ไม่ได้ใช้ที่นั่งผู้ซ้อนนานๆ

ที่วางเท้า (Footrest & Passenger Foldable Footrest)

ที่วางเท้าเท้าส่วนของผู้ขับขี่ค่อนข้างกว้างขวางสะดวกสบาย มีพื้นที่ให้เยอะขนาดที่ว่าอาจวางสิ่งของได้เลย แต่สำหรับที่วางเท้าผู้ซ้อนนั้นค่อนข้างลำบาก การเปิดที่วางเท้าผู้ซ้อนนั้นฝืดและต้องดึงออกมาด้วยมือทำให้ไม่ค่อยสะดวกสบายนักเวลาใช้งาน แถมตำแหน่งการวางเท้าต้องยื่นมาข้างหน้าด้วย

สมรรถนะในด้านต่างๆของ Peugeot Django 150i

ด้วยความที่ Peugeot Django 150i เป็นรถซึ่งถูกวางภาพลักษณ์ไว้ที่ความเรียบหรูสวยงาม การมองเห็นรถในครั้งแรกนั้นเข้าใจว่ารถนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเผชิญกับความลำบาก ดังนั้นการจะเอามันไปลากเครื่องที่ความเร็วปลายค้างไว้นานๆ หรือออกทริปก็ไม่ใช่หน้าที่หลักอยู่แล้ว การขับขี่ในเมืองที่ระยะทางไม่ไกล, ถนนเรียบ, ถนนขรุขระระยะทางสั้นๆ, แอ่งน้ำ, ผาท่อ, ติดไฟแดง, หรือมุดซอกซอยน่าจะเป็นหน้าที่ของรถคันนี้ดูจะเหมาะสมกว่า

รุ่น Heritage เป็นตัวรถสีโมโนโครมสามารถเข้ากับการแต่งตัวที่หลากหลาย

ความคล่องตัวของรถ (Mobility)

ขนาดของตัวรถไม่ใหญ่ไม่เล็ก ดูอวบอูมและช่วงท้ายยาวซึ่งก็ยังไม่ถึงกับสร้างความลำบากในการลัดเลาะถนนที่มีความแคบหรือการแทรกตัวเข้าไปในช่วงสัญจรต่างๆ ความคล่องตัวเวลาขี่หรือจอดน่าจะสร้างความไม่สบายให้กับคนที่ขาสั้นๆ หรือสูงน้อยกว่า 174 เซนติเมตรลงไป เพราะแทบจะต้องเขย่งเท้าหากไม่โน้มตัวมาด้านหน้า ดังนั้นการหยุดจอดบ่อยๆต้องสร้างความเคยชินให้ดี เหมือนกับว่าสรีระคนยุโรปที่สูงใหญ่จะเข้ากันได้ดีกับรถคันนี้ คนที่เคยขี่สกู๊ตเตอร์ญี่ปุ่นแบรนด์ต่างๆมาแล้วมาขี่เปอโยต์คันนี้น่าจะรู้สึกว่ามันเทอะทะขึ้นนิดหน่อย

อัตราเร่งและอัตราสิ้นเปลือง (Acceleration & Consumption Rate)

ความเร็วต้นช่วง 0-20 กิโลเมตรต่อชั่วโมงให้ความรู้สึกไม่ค่อยเสถียรจนกลัวว่าเครื่องอาจเบาดับได้เอง ความเร็วกลางช่วง 60-80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงทำได้ดีมาก แรงบิดตัวรถมีพละกำลังพอสมควร ตัวรถทรงตัวได้นิ่งและค่อนข้างเงียบ ซึ่งถ้าคงความเร็วระดับนี้ไว้ได้นานๆอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันจะอยู่ที่เฉลี่ย 30-35 กิโลเมตรต่อลิตรเป็นความเร็วที่สมดุลระหว่างอัตราสิ่งเปลืองและความเร็ว ส่วนความเร็วปลายในช่วง 110-115 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจะค่อนข้างสุดปลอกคันเร่งและไม่ได้มีความโดดเด่นและรู้สึกว่าเหนื่อยมากขึ้น ส่วนความเร็วสูงสุดของตัวรถที่ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ใช่ความเร็วที่ทำได้บ่อย ส่วนมากจะเป็นช่วงทางลาดลงมากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยเช่นโหลดของตัวรถ อุปกรณ์ต้านลม หรือการโมดิฟายส่วนต่างๆ

ระบบเบรก (Brake System)

Peugeot Django 150i ตัวที่ขายในไทยจะเป็นดิสก์เบรกระบบ ABS ที่ล้อหน้า แต่ล้อหลังจะไม่มี ABS (ปกติการเบรกเราจะกำสองมืออยู่แล้ว) การแยกเบรกแต่ละข้างให้ความรู้สึกที่แตกต่างชัดเจน เบรกหน้าจะใช้ระยะเบรกสั้นและมีความรู้สึกหนึบที่มือในขณะที่เบรกหลังจะใช้ระยะเบรกยาวกว่า คันเบรกตรงแฮนด์ค่อนข้างห่างอาจจะต้องยื่นมือไปจับไปมากสักหน่อย

ล้อยางตั้งต้นเทียบกับล้อยางที่เปลี่ยนใหม่

ล้อยางตั้งต้นจากโรงงาน (Tyres)

ล้อยางตั้งต้นของโรงงานเป็นยางจีน ขนาด 120/70-12 ทั้งล้อหน้าและหลัง มีการเกาะถนนที่สูงมากจนรู้สึกว่าการเลี้ยวในแต่ละครั้งค่อนข้างยากและต้องระมัดระวังพอสมควร ช่วงเลี้ยวจากยางทำได้ไม่ดี แต่ก็มีข้อดีตรงที่ขี่ทางไกลๆได้และทรงตัวได้มั่นคงมากที่ความเร็วต่ำเนื่องจากยางสัมผัสพื้นเยอะ

ระบบไอเสีย (Exhaust System)

ท่อสำหรับคายไอเสียของ Peugeot Django 150i ถูกออกแบบมาสวยงามกลมกลืนกับตัวรถ มีแผ่นป้องกันเวลาจะไปสัมผัสกับตัวท่อ ให้เสียงที่เงียบไม่ดุดัน ระบบไอเสียของสกู๊ตเตอร์คันนี้ได้รับมาตรฐาน Euro4 ซึ่งส่งผลเสียกับสิ่งแวดล้อมต่ำมาก

ท่อไอเสียที่ออกแบบมาให้กลมกลืนไปกับตัวรถ ทั้งยังให้เสียงที่เงียบมาก

แนวทางการปรับแต่ง

ในการปรับแต่งรถของนั้นจะไม่เน้นไปที่การทำให้ส่วนต่างๆที่ปรับแต่งมีความรู้สึกแปลกแยกไปจากเดิม ดังนั้นอุปกรณ์วัสดุใดๆที่เพิ่มเข้ามาไม่ว่าจะด้วยความสวยงามหรือประสิทธิภาพในการตอบสนองอื่นๆก็ดี จะต้องสวยงามกลมกลืนและไม่ได้เปลี่ยนภาพลักษณ์ไปมาก ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED ที่เปลี่ยนเป็นแบบ DayLight ไม่ร้อนเหมือนตัวที่ติดมาจากโรงงาน และการขันไฟหน้าให้ต่ำลงเหมือนไฟรถปกติ, วินด์ชิลด์ขนาดเล็กที่พอจะป้องกันได้บ้างและไม่ต้านอากาศปะทะด้านหน้ามากนัก หรือล้อยาง Pirelli Diablo Rosso Scooter ที่เพิ่มความคล่องตัวอย่างมากในการเข้าโค้งรัศมีแคบในเขตชุมชนเมือง (การวิ่งทางไกลจะแนะนำเป็น Angel มากกว่า) รวมไปถึงแผ่นยางรองที่วางเท้า และการเคลือบด้านเพื่อป้องกันรอยและความสะดวกเวลาล้างสิ่งสกปรกออกจากตัวรถ ในอนาคตก็อาจจะเป็นเรื่องของการปรับแต่งชุดชามและท่อไอเสียที่ทำให้รถมีแรงม้าเพิ่มขึ้นในลำดับถัดไป

หมวก, ล้อ, วินด์ชิลด์, แผ่นยาง และการปรับแต่งอื่นๆจะเข้ากันกับตัวรถทั้งหมดจนแทบดูไม่ออก

ราคาและชิ้นส่วนต่างๆของรถ

Peugeot Django 150i ในไทยขายที่ราคา 89,800 บาท สามารถซื้อได้แล้ววันนี้กับตัวแทนตามหัวเมืองจังหวัดต่างๆ สำหรับอุปกรณ์แต่งราคาจะอยู่ในช่วงกลางๆ เรียกว่าไม่ถูกแต่ก็ไม่ได้แพงมากเกินไป เช่น กล่องเก็บสัมภาระด้านหลัง, แผ่นยางรอง, ตะแกรงหน้า หรือวินด์ชิลด์ แต่ก็ยังนับว่านำเข้ามาน้อยอาจจะต้องสั่งจากนอกไปก่อน ติดต่อได้ทางเพจ Peugeot Motorcycles Thailand

วินด์ชิลด์ หรือหน้ากากกันลมขนาดเล็ก ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 2,400 บาท

ข้อสรุป

เปอโยต์จังโก้จัดว่าเป็นสกู๊ตเตอร์ที่มีความน่าสนใจทั้งในด้านของความคุ้มค่าระหว่างราคาและคุณภาพที่ได้ ทั้งรูปลักษณ์ที่สวยงามภูมิฐานและแสดงถึงไลฟ์สไตล์ที่สะท้อนตัวตนของรุ่นจากแบรนด์เปอโยต์ที่มีประวัติยาวนานได้ชัดเจน ตลอด 3,000 กิโลเมตรที่ไม่พบปัญหาใดๆในใช้งานเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าในอนาคตอาจจะมีผู้ใช้งานมากขึ้นแบบปากต่อปาก และเป็นทางเลือกใหม่ๆให้กับผู้ที่สนใจอยากครอบครองสกู๊ตเตอร์สักคัน

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา