‘ไฟล์รูปภาพ’ และ ‘ไฟล์รูปวาด’ ต่างกันอย่างไร?

‘ไฟล์รูปภาพ’ และ ‘ไฟล์รูปวาด’ ต่างกันอย่างไร?

ช่างภาพอย่างเราๆอาจคุ้นชินกับไฟล์รูปภาพที่ใช้ส่งกันไปมาทางอินเตอร์เน็ตอย่าง JPEG เป็นอย่างดี ใช่..เรารู้.. และก็มีคำถามของช่างภาพมาบ้างเกี่ยวกับไฟล์รูปวาดด้วย อย่างบางคนรับออกแบบการ์ดงานแต่งให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวเป็นงานเสริมจากการถ่ายภาพ คือเขาก็รู้ล่ะนะว่านามสกุลมันไม่เหมือนกันถึงได้ถามผู้สอนมาว่า ‘ไฟล์รูปภาพกับไฟล์รูปวาดนี่ต่างกันอย่างไร?’ ซึ่งเราจะได้รู้กันในบทความนี้ครับ

ไฟล์จำนวนมากที่เราเห็นๆกันโดยส่วนใหญ่ทางเว็บไซต์ถูกแบ่งแยกประเภทด้วยสิ่งที่เรียกว่า รูปแบบไฟล์ (File Format) เช่น ไฟล์ที่บรรจุไว้แต่ตัวหนังสือก็จะถูกจัดเก็บอยู่ในไฟล์รูปแบบเอกสารซึ่งอาจจะใช้นามสกุลที่แตกต่างกันออกไปตามโปรแกรมอ่านหรือจัดทำที่ใช้เปิดมัน เช่นเดียวกัน ที่เรากำลังจะพูดถึงก็คือรูปแบบไฟล์ประเภทรูปภาพหรือภาษาอังกฤษเรียกว่าไฟล์ราสเตอร์ (Raster) และรูปแบบไฟล์ประเภทรูปวาด ภาษาอังกฤษเรียกว่าไฟล์เวกเตอร์ (Vector) รูปแบบไฟล์ทั้งสองต่างก็มีนามสกุลหลากหลายรูปแบบ ความรู้ที่ดีในส่วนนี้จะช่วยให้ผู้เรียนทราบว่างานในแต่ละประเภทเหมาะกับรูปแบบไฟล์ใดเพื่อประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการจัดเก็บ

ไฟล์รูปภาพ หรือ ไฟล์ประเภทราสเตอร์ (Raster Image)

ไฟล์รูปภาพ หรือ ไฟล์ประเภทราสเตอร์ ถูกสร้างขึ้นด้วยจุดสี่เหลี่ยมเล็กๆที่เรียกว่า ‘พิกเซล’ (Pixel) จำนวนมากซึ่งคนส่วนหนึ่งก็เรียกว่าภาพบิทแมป (ภาพที่เกิดจากการจุดหลายๆจุด) โดยแต่ละพิกเซลจะบรรจุค่าสีที่สามารถแสดงผลในขอบเขตของนามสกุลไฟล์รูปภาพนั้นจะทำได้ และเมื่อพิกเซลที่มีเม็ดสีจำนวนมากเรียงชิดกันอย่างละเอียดจึงก่อให้เกิดรูปภาพๆหนึ่งขึ้นมา

ภาพราสเตอร์เกิดจากพิกเซลซึ่งมีข้อจำกัดด้านรายละเอียด

เมื่อพิกเซลจำนวนมากก่อให้เกิดภาพๆหนึ่งได้แล้ว คำว่า ‘ความละเอียด’ (Resolution) หรือความหนาแน่นของพิกเซลต่อหน่วยก็เริ่มเข้ามามีบทบาทต่อภาพประเภทนี้ด้วย อย่างจอมอนิเตอร์ที่เราใช้เล่นคอมโดยทั่วไปมักมีมาตรฐานอยู่ที่ 72ppi หมายความว่าในระยะ 1 นิ้วจะมีความหนาแน่นของพิกเซลอยู่ 72 จุด ถ้ามีจอที่ใช้ความละเอียดสูงกว่าในการเปิดภาพที่มีความละเอียดดังกล่าวนี้ขึ้นมา อย่างจอของผู้สอนคือ 144ppi ถ้าเอามาเปิดภาพก็จะดูเล็กลงนั่นเอง

เพื่อไม่ให้งง สรุปง่ายๆว่าภาพที่มีพิกเซลเยอะกว่ามีแนวโน้มว่าอาจจะได้ภาพที่มีคุณภาพดีกว่าภาพเดียวกันที่พิกเซลน้อยกว่า (อาจจะ) แต่ที่แน่ๆภาพมีขนาดใหญ่กว่า และไฟล์มีขนาดมากกว่าแน่นอนครับ ถ้าภาพที่ผู้เรียนกำลังดูอยู่นั้นสงสัยว่าเป็นราสเตอร์หรือไม่ให้พิสูจน์ด้วยการเซฟแล้วเอามาซูมมากๆดู การซูมจะทำให้เราเห็นเนื้อไฟล์และรายละเอียดว่าเกิดขึ้นจากการเรียงตัวของจุดพิกเซลจริงๆ ภาพจะเริ่มเบลอมากขึ้น

ดังนั้นการขยายภาพให้ใหญ่หรือย่อภาพให้เล็กลงจึงหมายถึงผลกระทบโดยตรงต่อพิกเซลในภาพ ในโปรแกรมตกแต่งแก้ไขภาพเวลาย่อหรือขยายเราอาจจะต้องเลือกกระบวนการประมวลผลทดแทนพิกเซล (Pixel Interpolation) เหล่านั้นด้วยกรณีของการขยายสมมติว่าเรามีภาพขนาด 16 พิกเซล (4×4) แล้วขยายเป็น 25 พิกเซล (5×5) ถามว่าแล้วอีก 9 พิกเซลจะมาจากไหนซึ่งตรงนี้ต้องใช้ความสามารถของโปรแกรมในการคาดเดา เราจึงพบว่าภาพที่มาขยายให้ใหญ่มักไม่คมเหมือนยังไม่ได้ขยาย ส่วนการย่อภาพให้เล็กลงโปรแกรมก็ต้องเลือกลดทอนพิกเซลที่จำเป็นน้อยที่สุดออกไปเมื่อย่อแล้ว สรุปก็คือเป็นการสูญเสียคุณภาพโดยรวมเหมือนกัน

กระบวนการชดเชยพิกเซลที่สูญเสียจากการย่อขยายใน Photoshop CC

ควรใช้ไฟล์ประเภทรูปภาพเมื่อใด?

อย่างภาพถ่ายที่เกิดขึ้นจากกล้องถ่ายภาพดิจิตอลก็เป็นภาพประเภทราสเตอร์ เพราะเกิดจากพิกเซลรับแสงในเซ็นเซอร์รูปภาพถูกประมวลผลเป็นจุดสีเพื่อบันทึกข้อมูล โปรแกรมที่จะใช้แก้ไขก็จะจัดอยู่ในประเภท Pixel-Editor หลายโปรแกรมอย่างที่รู้จักกันเช่น Adobe Photoshop CC, Capture One Pro, Phocus และอื่นๆ นอกจากนี้แล้วภาพวาดประเภทปัดแปรงพู่กันก็ยังถูกจัดอยู่ในภาพประเภทราสเตอร์ด้วยนะ

ภาพวาดประเภทงานแปรงหรือพู่กันแบบละเอียดๆก็เป็นไฟล์ที่เหมาะจะบันทึกในแบบราสเตอร์ซึ่งแสดงมิติสีได้เต็มตามากกว่า

ประเภทไฟล์รูปภาพที่พบได้ทั่วไป

ไฟล์รูปภาพ หรือ ไฟล์ประเภทราสเตอร์ สามารถถูกบันทึกเอาไว้ได้หลายรูปแบบขึ้นอยู่กับว่าอยากจะให้เก็บข้อมูลสีได้ละเอียดมากเท่าใด ซึ่งก็ต้องระวังตรงนี้ด้วยว่ายิ่งละเอียดมากขึ้นไฟล์จะใหญ่ขึ้นตามไปด้วยแนะนำว่าควรเลือกใช้ให้เหมาะสม มิเช่นนั้นจะทำให้ไฟล์แสดงผลได้อย่างไม่เต็มที่ หรือมีขนาดใหญ่เกินความจำเป็น

.tiff – (Tagged Image File Format)
.psd – (Photoshop Document)
.pdf – (Portable Document Format)
.jpg หรือ .jpeg – (Joint Photographics Expert Group)
.gif – (Graphics Interchange Format)
.bmp – (Bitmap Image File)

ไฟล์รูปวาด หรือ ไฟล์ประเภทเวกเตอร์ (Vector Image)

ไฟล์รูปวาด หรือ ไฟล์ประเภทเวกเตอร์ กลับมีรูปแบบของโครงสร้างที่ต่างออกไป ไฟล์ลักษณะดังกล่าวถูกสร้างจากการประมวลผลด้วยสมการทางคณิตศาสตร์ ซึ่งการจะสร้างรูปร่างรูปทรงได้ต้องมีโปรแกรมที่ใช้พัฒนาไฟล์ภาพประเภทดังกล่าวนี้โดยเฉพาะอย่าง Adobe Illustrator CC หรือ Sketch และด้วยความชาญฉลาดของฟังก์ชั่นที่สร้างมันขึ้นมาทำให้ไม่ว่าจะเป็นส่วนโค้งหรือมุมที่มีความแหลมคมใดๆเหล่านี้จะคมชัดอย่างร้ายกาจอยู่ตลอด แม้ต้องขยายภาพเพิ่มขึ้นอย่างไม่สิ้นสุดหรือย่อลงให้เล็กในทิศทางใดก็ตาม

ภาพเวกเตอร์จะไม่มีการสูญเสียรายละเอียดไม่ว่าจะขยายหรือย่อแค่ไหน

ข้อดีประการหนึ่งของไฟล์รูปวาดหรือไฟล์ประเภทเวกเตอร์ก็คือขนาดที่เล็กลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไฟล์รูปภาพ เหมาะสมกับการจัดเก็บในเนื้อที่จำกัด แต่ก็มีข้อกำหนดอยู่หลายอย่างหากจะต้องนำไปแลกเปลี่ยนกันทางเครือข่าย เช่น ไฟล์ที่นำไปแชร์ให้อีกเครื่องจะต้องมีโปรแกรมที่เปิดไฟล์เวกเตอร์ได้ด้วยเท่านั้น พึงหลีกเลี่ยงโปรแกรม Adobe Photoshop CC เนื่องจากมันไม่ได้ทำงานได้กับไฟล์ประเภทรูปวาดโดยเฉพาะแม้ว่าจะทำได้ก็ตามที เพราะเครื่องมือและสิ่งต่างๆไม่เอื้ออำนวยมากเท่า

เมื่อไหร่ที่ควรใช้ไฟล์ประเภทรูปวาด

พวกโลโก้หรือไอคอนสัญลักษณ์ต่างๆก็เหมาะสมที่จะใช้เป็นรูปวาด ตัวอย่าง เช่น การออกแบบการ์ดงานต่างๆหรือนามบัตรที่ใช้แนะนำตัว เพราะคุณสมบัติที่ย่อขยายได้แบบไม่สูญเสียคุณภาพนี้ยอดเยี่ยมสำหรับงานออกแบบ หรืองานประเภทโครงสร้างทางสถาปัตยกรรมที่ต้องใช้ความแม่นยำทางคณิตศาสตร์ในการออกแบบก็เหมาะสมเช่นกัน ไฟล์ประเภทเวกเตอร์นี้มีขนาดเล็กและย่อขยายได้ไม่จำกัดสเกลซึ่งต่างจากราสเตอร์ที่มีความสูญเสียทุกครั้งที่แก้ไข

กราฟิกตรงปกนิตยสารในภาพก็เป็นแบบเวกเตอร์ที่ไม่มีรายละเอียดมากนักแต่คมชัดสูง

ประเภทไฟล์รูปภาพที่พบได้ทั่วไป

ไฟล์รูปวาด หรือ ไฟล์ประเภทเวกเตอร์เองก็มีหลากหลายนามสกุลไม่แพ้กัน อย่างในช่วงหลังๆมีไฟล์ประเภท SVG ซึ่งใช้ส่งกันไปมาทางเครือข่ายได้และดูได้ทันที อย่างไรก็ตามงานแต่ละประเภทต้องการความเหมาะสม เช่น AI ก็เหมาะกับงานจำเพาะที่รับช่วงต่อกันไปแก้ไขโดยตรงหรือต้องการดูรายละเอียดของชิ้นงานนั้น

.ai – (Adobe Illustrator Document)
.eps – (Encapsulated PostScript)
.svg – (Scalable Vector Graphic)
.pdf – (Portable Document Format ; เฉพาะเซฟไปจากโปรแกรมแก้ไขเวกเตอร์เท่านั้น)

ข้อสรุป

ถึงตรงนี้ผู้เรียนเองก็คงทราบคร่าวๆแล้วว่าไฟล์รูปภาพและไฟล์รูปวาดไม่เหมือนกัน และมีรูปแบบนามสกุลที่หลากหลาย (ถึงจะยังไม่ได้ลงลึกในส่วนนั้นก็ตาม) และเราจะมาสรุปให้ทราบเป็นตารางด้านล่างอีกครั้งเผื่อใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าไฟล์รูปภาพหรือไฟล์รูปวาดกันแน่ที่เหมาะสมกับงานของคุณ พิจารณาและเลือกใช้ให้ดีครับ

ถ้าไฟล์ต้องการความสมจริง ผู้สอนจะเลือกบันทึกในแบบราสเตอร์​ แต่ถ้าเป็นงานออกแบบโครงสร้าง ภาพที่มีรูปร่างเน้นคมชัดดูง่าย เป็นกราฟิกไม่มีรายละเอียดมากก็จะเลือกบันทึกเป็นเวกเตอร์ครับ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Wuttipong Nim-orn

Wuttipong Nim-orn

Instructor of DozzDIY

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา