เรียนถ่ายภาพให้เหมาะสมกับตัวเอง

เรียนถ่ายภาพให้เหมาะสมกับตัวเอง

Wuttipong Nim-orn
Wuttipong Nim-orn
Instructor of DozzDIY
ความต้องการที่ไม่เหมือนกันของแต่ละคนที่เข้ามาเรียนกับ DozzDIY ทำให้เรารู้ว่าแม้หลักสูตรที่ทำออกมาจะเป็นหลักสูตรสามัญแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีทั้งส่วนที่ถูกใจผู้เรียนโดยตรง และส่วนที่ไม่จำเป็นต้องเรียนก็ได้ บทความนี้จึงเป็นแนวทางที่ช่วยให้ผู้สนใจในการถ่ายภาพได้ประเมินความต้องการเบื้องต้นของตัวเองเพื่อที่จะไม่ไปเสียเวลากับสิ่งที่ไม่จำเป็นและลดระยะเวลาที่เสียไปกับความรู้แขนงอื่นซึ่งอาจจะไม่ได้ใช้ในตอนนี้

ลองนึกดูว่ารอบตัวของคุณมีใครที่ใช้การถ่ายภาพเป็นทักษะที่เอื้ออำนวยแก่เขาบ้าง อาจจะเป็นคนที่รับงานถ่ายภาพโดยตรง, หรือคนที่ถ่ายภาพเพื่อขายลิขสิทธิ์ภาพ ไม่เว้นแม้แต่คนที่ใช้การถ่ายภาพเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ทางอ้อมให้กับธุรกิจของพวกเขา เห็นได้ว่ามีคนซึ่งใช้บทบาทของการถ่ายภาพภายใต้ความจำเป็นที่หลากหลายอยู่เต็มไปหมด ไม่เว้นแม้แต่คนที่ถ่ายภาพเป็นงานอดิเรก

ถ้าเป็นเพียงการถ่ายภาพเพื่อสันทนาการหรือการผ่อนคลาย อุปกรณ์ราคาแพงหรือสร้างความลำบากในการพกพาก็ไม่ใช่คำตอบที่ดีเสมอไป
Photographer : 
Thirdz Napaporn

ถ้าต้องเริ่มนับ 1 กับการถ่ายภาพ มีอะไรบ้างที่จำเป็น (ให้นึกถึงคำว่า ‘จำเป็น’ จริงๆนะครับ) กำหนดจุดเป้าหมายสูงสุดเอาไว้ก่อนแล้วคิดว่าทำอย่างไรจึงจะก้าวไปถึงจุดมุ่งหมายนั้น เป็นภาระกิจที่ต้องตั้งเป้าไว้ทีละอย่างเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ให้ได้เสียก่อนแล้วจึงกำหนดเป้าหมายเป็นลำดับขั้นตอนต่อไป เพราะถ้าทำอะไรโดยไม่กำหนดเป้าหมายเราจะไม่สามารถวัดผลและติดตามความก้าวหน้าของตัวเองได้เลย

วางเป้าหมายให้กับตัวเองว่าอยากยืนอยู่จุดไหนในการถ่ายภาพ

เป้าหมายสุดท้ายคือสิ่งคาดหวังไว้สูงสุดว่าการถ่ายภาพจะพาไปยืนยังจุดไหนของการเรียนรู้ครั้งนี้ บางคนอยากเป็นช่างภาพสายงานต่างๆที่มีชื่อเสียง, บางคนอยากจะแค่ถ่ายภาพในชีวิตประจำวันได้ดี หรือบางคนอาจจะเอาทักษะความรู้ในการถ่ายภาพไปปรับปรุงเพื่อประยุกต์ใช้กับศาสตร์แขนงอื่น มันก็เหมือนกับการยิงธนูแบบผูกติดเชือกไปให้ไกลที่สุด แล้วค่อยๆเดินตามทางนั้นไปนั่นเอง

มีอะไรที่จำเป็นก่อนถึงเป้าหมาย

เส้นทางชีวิตของแต่ละคนในการก้าวไปสู่จุดมุ่งหมายนั้นไม่เหมือนกัน เหมือนกับเราวางแผนจะไปเที่ยวต่างจังหวัดไกลๆด้วยวิธีการเดินทางที่ต่างกัน การก้าวไปสู่เป้าหมายสูงสุดของการถ่ายภาพถ้าความมีชื่อเสียงหรือทุนในการระดมอุปกรณ์มีความจำเป็นก็อาจต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้น ไม่ผิดถ้าเราวางเป้าหมายแล้ววอกแวกเพื่อเตรียมความพร้อมบ้างแต่จะต้องไม่ลืมว่าสุดท้ายแล้วจะก้าวไปถึงตรงไหน

อย่าไปกลัวว่าคนจะไม่เห็นผลงานของเรา แต่จงกลัวว่าเราจะไม่มีผลงานดีๆให้เขาดูเป็นหลักแหล่งน่าจะดีกว่า แฟ้มผลงานตามเว็บดังๆก็ไม่เลว

ยกตัวอย่างเช่น อยากเป็นช่างภาพรับงานโดยเริ่มจากไม่มีอะไรเลยต้องทำอย่างไร ง่ายๆคือให้ไปหารายได้ด้วยวิธีอื่นก่อนเพื่อให้มีกล้องที่พอถ่ายได้จากนั้นจึงเริ่มเข้าเป็นผู้ช่วยช่างภาพ แล้วก็เริ่มซื้อสิ่งที่จำเป็นจริงๆเพื่อเตรียมตัวสร้างแฟ้มสะสมผลงานของตัวเองไปเรื่อยๆ สร้างแบรนด์ตัวเองเช่นนามบัตร,​เพจ​, เว็บไซต์ แล้วก็พยายามสร้างเครือข่ายโดยการทำความรู้จักกับคนใหม่ๆวันละ 1 คน ไปจนสู่การได้รับงานในที่สุด

ถ้าเป้าหมายนั้นไม่อาจสำเร็จได้โดยเร็วจะมีตัวช่วยอะไรบ้าง

ทุกอย่างไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ คุณต้องลงทุนทั้งแรงกายและเม็ดเงินในการสร้างสิ่งเหล่านั้น ความรู้เพียงอย่างเดียวผลักดันตัวเราไปสู่ความสำเร็จไม่ได้ง่ายๆจะต้องใช้ทั้งประสบการณ์และทุนในการซื้ออุปกรณ์ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆมากมาย การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นจึงมีความสำคัญ เช่น การเป็นช่างภาพสายบุคคลที่เก่งกาจ นอกจากจะต้องมีทักษะสูงในการควบคุมอุปกรณ์, ทฤษฎีการถ่ายภาพให้น่าสนใจสำหรับภาพถ่ายบุคคล และการตกแต่งภาพถ่ายระดับสูงในสายงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นถ้าออกนอกลู่นอกทางอย่างเช่นไปถ่ายภาพแนวอื่นก็อาจจะต้องเสียเวลาเพิ่มไปจากเดิม หรือการใช้เลนส์ที่ไม่เหมาะสมที่ทำให้เสียเงินโดยไม่จำเป็นในตอนนี้เข้าไปอีก

ภาพแต่ละภาพก็มีต้นทุนทั้งนั้น และมักเป็นสิ่งที่คนทั่วไปมักไม่ค่อยนึกถึง ทั้งค่าเสื่อมอุปกรณ์และความพยายามอย่างมากมายที่ทำให้เกิดผลงานขึ้นมา
Photographer : Joe Tanasiripakde

ปัจจุบันนี้เรามีสื่อประชาสัมพันธ์ออนไลน์ที่ฟรีหรือมีต้นทุนในการประชาสัมพันธ์ที่ราคาไม่แพง ใช้สิ่งเหล่านั้นให้เกิดประโยชน์กับงานตัวเองแล้วจะพบว่าถ้าสิ่งที่ทำนั้นมีกลุ่มเป้าหมายมากพอสมควร การดำเนินธุรกิจหรือการวางแผนเพื่อไปยังจุดมุ่งหมายนั้นไม่ยากเย็นเหมือนแต่ก่อนแล้ว

กำหนดค่านิยมด้วยตัวเอง

การซื้ออุปกรณ์หรือความอยากได้อยากเป็นของผู้ที่เข้าสู่การถ่ายภาพเดี๋ยวนี้ถูกชี้นำโดยผู้ที่มีชื่อเสียงหรือดูแล้วน่าเชื่อถือ โดยไม่พิจารณาถึงความเป็นจริงกันมากนักว่าเหมาะสมสำหรับตัวเราหรือไม่ ดังที่กล่าวได้ว่าทุกวันนี้การตลาดชี้นำทุกอย่าง การป้องกันตนเองไม่ให้ตกอยู่ในอิทธิพลความคิดอ่านเหล่านี้จำเป็นที่จะต้องศึกษาดูงานช่างภาพเก่งๆหลายๆที่ ดูงานภาพหลายๆแขนง ดูให้ออกว่างานภาพที่ดีเป็นอย่างไรและเรียนรู้ทำความเข้าใจถึงหลักเหตุและผล ในที่สุดความรู้และประสบการณ์จะช่วยขจัดความเชื่อโดยปราศจากเหตุผลออกไป

สื่อและการชี้นำที่เข้าถึงเราได้อย่างมากในทุกวันนี้ก็เหมือนม่านหมอกหนาทึบตามถนน เมื่อเราศึกษาและพิจารณาจนเกิดปัญญาและรู้ว่าอะไรดีไม่ดีจริงๆ ในที่สุดเราจะเป็นคนที่เข้าใจตนเองและก้าวหน้าไปในเส้นทางที่หวังไว้ได้อย่างมั่นคง

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา