ศึกษาเกี่ยวปัจจัยของเกรนฟิล์มที่ค่าความไวแสงต่างๆว่าส่งผลต่อความละเอียดของภาพถ่ายอย่างไร? ไปจนถึงการศึกษาว่าจริงๆแล้วเราจะสร้างเกรนฟิล์มกับภาพถ่ายดิจิตอลที่สมจริงได้หรือไม่?
คำแนะนำ : เนื้อหาส่วนนี้จัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนผลิตภัณฑ์ดิจิตอลแม่แบบอัตโนมัติในกลุ่มฟิล์มสำหรับโปรแกรม Adobe Lightroom Classic, Adobe Lightroom CC และปลั๊กอิน Adobe Camera RAW ภายในโปรแกรม Adobe Photoshop CC

เกรนฟิล์ม คือ ‘เนื้อผิวของภาพถ่ายฟิล์ม’ เป็นผลมาจากผลึกเกลือเงินเฮไลด์ (ผลึกเกลือเงินไวแสง) โดยที่ ‘ฟิล์มความไวแสงต่ำจะมีผลึกเกลือเงินอนุภาคเล็กกว่าฟิล์มที่มีความไวแสงสูง’ ส่งผลถึงขนาดของเกรนฟิล์มไปด้วยเช่นกัน ปัจจุบันแม้ว่าจะเป็นยุคของกล้องถ่ายภาพดิจิตอลแล้วแต่ก็ยังมีฟังก์ชันที่ใช้สร้าง ‘เกรนฟิล์มเสมือน’ ให้กับภาพถ่ายด้วย

ตัวอย่างอนุภาคเกลือเงินเฮไลด์ที่มีขนาดเล็กเมื่อเป็นฟิล์มความไวแสงต่ำและมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเป็นฟิล์มความไวแสงสูง

ขนาดของเกรนฟิล์มกับความไวแสง

ดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ‘ฟิล์มความไวแสงต่ำจะมีผลึกเกลือเงินอนุภาคเล็กกว่าฟิล์มที่มีความไวแสงสูง’ เราจึงเปรียบเทียบให้ดูว่าระหว่างภาพถ่ายฟิล์มสองภาพที่เกิดจากฟิล์มความไวแสงต่างกันส่งผลต่อเนื้อผิวของภาพถ่ายอย่างไร

เกรนในภาพถ่ายฟิล์ม Fuji Natura ความไวแสง 1600
Source : https://www.flickr.com/photos/aaron_anderer/42175967545/

เกรนในภาพถ่ายฟิล์ม Kodak Portra ความไวแสง 400
Source : https://www.flickr.com/photos/bawpcwpn/14818373387/

เมื่อลองขยายดูพบว่าภาพถ่ายที่มีค่าความไวแสงฟิล์มต่ำกว่าจะให้เนื้อผิวของภาพที่ละเอียดกว่าภาพถ่ายที่มีความไวแสงฟิล์มสูงกว่า

ขนาดของเกรนฟิล์มกับความละเอียด

สิ่งที่ทำให้เรามองเห็นรายละเอียดของภาพถ่ายได้ว่าอะไรเป็นอะไรเรียกว่า ‘ขอบสี’ ยกตัวอย่างภาพที่แบ่งสีแดงกับสีดำออกเป็นสองส่วน บริเวณขอบสีเป็นพื้นที่เฉพาะตรงที่แต่ละสีสิ้นสุดก่อนจะเป็นอีกสีหนึ่ง สิ่งที่ทำให้เราเห็นว่าขอบเขตสิ้นสุดก่อนตัดกันของทั้งสองสีเด็ดขาดมากแค่ไหนจึงเป็น ‘ความหนา’ หรือ ‘รัศมี’ ของพื้นที่ส่วนนั้น

กรณีของภาพถ่ายดิจิตอลจะเป็นสี่เหลี่ยม สังเกตว่าจุดตัดขอบสีคมมากในระดับ 1 พิกเซล ถ้าเกรนที่เพิ่มเข้าไปมีขนาดใกล้เคียง 1-2 พิกเซลจุดตัดก็จะมีความคมชัดมากขึ้น

ขนาดของเกรนแม้จะมีพื้นที่เป็นจุดขนาดเล็ก แต่หากมากกว่าขอบเขตของบริเวณตัดกันของสีจะทำให้ความคมชัดในส่วนนั้นหายไป ส่งผลให้ภาพถ่ายโดยรวมมีความคมชัดลดลง

เม็ดเกรนมีขนาดเล็ก

เม็ดเกรนมีขนาดใหญ่

ถ้า ‘ขนาดของเกรนฟิล์ม’ ใกล้เคียง ‘ขอบสี’ จะช่วยให้ภาพถ่ายมองเห็นได้ชัดและคมขึ้น แต่ถ้ามากกว่าภาพถ่ายจะคมชัดลดลง และถ้าน้อยกว่าก็จะไม่ค่อยส่งผลอะไรกับภาพเดิมนัก ซึ่งต้องไปตัดสินเอาจากความคมชัดของเลนส์และคุณภาพฟิล์มในด้านอื่น

เกรนฟิล์มกับภาพถ่ายดิจิตอล

การจำลองอนุภาคของเกรนฟิล์มในภาพถ่ายดิจิตอลไม่เหมือนกับคลื่นสัญญาณรบกวน เนื่องจากคลื่นสัญญาณรบกวนจะเกิดขึ้นทันทีเมื่อบันทึกภาพค่าความไวแสงที่สูงมากขึ้นแต่เกรนจะเป็นการเพิ่มเข้าไปเองทีหลังด้วยฟังก์ชันทางคณิตศาสตร์หรือปัญญาประดิษฐ์ของโปรแกรมตกแต่งแก้ไขภาพถ่ายนั้นๆ

ส่วนการสร้างเกรนที่แผงควบคุม Effect ของโปรแกรม Adobe Lightroom Classic

ในโปรแกรม Adobe Lightroom Classic จะใช้สเกลควบคุมลักษณะของเกรนฟิล์มเสมือนในภาพ ได้แก่ ‘ปริมาณความหนาแน่น’ (Amount), ‘ขนาด’ (Size) และ ‘ค่าความขรุขระ’ (Roughness) แต่ในปลั๊กอิน Analog Efex Pro โดย DxO จะมีเพียงสองสเกล ได้แก่ ‘ความหยาบต่อพิกเซล’ และ ‘ความแข็ง’ ขึ้นอยู่กับว่าเทคโนโลยีของผู้ผลิตนั้นเป็นอย่างไร

ข้อสรุปเกี่ยวกับเกรนและความละเอียดของภาพถ่าย

‘ขนาด’ เป็นสิ่งสำคัญกว่า ‘รูปแบบ’ ของเกรน หลายครั้งที่เราไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเหมาะสมกับภาพถ่ายในขณะนั้นหรือไม่ ถ้าเป็นภาพถ่ายภูมิทัศน์ที่ต้องการความคมชัดแบบจุดต่อจุดการเลือกใช้ฟิล์มที่ให้เกรนละเอียดมากๆผลลัพธ์ย่อมดีกว่าฟิล์มความไวแสงสูงซึ่งให้ขนาดเกรนที่ใหญ่กว่า แต่ต้องไม่ลืมข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการเลือกใช้งานร่วมด้วยไม่ว่าจะเป็นแสงซึ่งส่งผลต่อความเร็วชัตเตอร์ในขณะนั้นอย่างแน่นอน

แต่ถ้าเป็นภาพที่ต้องการความละเอียดในทุกอณูของภาพน้อยกว่า เช่น ภาพถ่ายโคลสอัปใบหน้าบุคคล เส้นขอบสีจะมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นซึ่งสามารถเลือกใช้เกรนที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มความคมชัดได้ อย่างไรก็ดีบทความเป็นเพียงการอาศัยประโยชน์ที่มาจากผลกระทบเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องไปซีเรียสมากก็ได้ครับ

บทความที่เกี่ยวข้องในหมวดนี้
ความเข้าใจเกี่ยวกับภาพ 8 บิต และ 16 บิต

ศึกษาความแตกต่างของภาพถ่าย 8 บิต และ 16 บิต เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมเราจึงควรทำงานกับภาพที่มีข้อมูลสูงก่อนนำมาแปลงเป็นข้อมูลที่เหมาะสมกับแหล่งเผยแพร่ต่างๆ

ปรับขนาดและความคมชัดให้กับภาพอย่างถูกต้อง

การนำภาพถ่ายดิจิตอลไปเผยแพร่ตามแหล่งต่างๆที่มีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน ทักษะความรู้ในการปรับขนาดภาพ (ที่หมายความถึงการย่อและขยาย) และการปรับความคมชัดคือสิ่งจำเป็นอย่างมากที่จะไม่ทำให้ทุกอย่างที่เราตกแต่งมาสูญเปล่า

การแก้ไขภาพถ่ายความเปรียบต่างต่ำเกินไป

ภาพถ่ายความเปรียบต่างต่ำมักมีปัญหาเดียวกันกับภาพถ่ายที่มีไดนามิกเรนจ์สูง กล่าวคือรายละเอียดโดยส่วนมากของภาพมักกระจุกกันเป็นกลุ่มในข้อมูลฮิสโตแกรมทำให้ช่วงการรับรู้ที่เหลือแทบไม่มีข้อมูลปรากฏอยู่เลย เราจึงต้องศึกษาวิธีการแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อให้ภาพถ่ายออกมาดีอย่างที่ควรจะเป็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรังปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลวส่วนบบุคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึกการตั้งค่า