สร้างความน่าสนใจให้กับภาพด้วย ‘ความคมชัด’

สร้างความน่าสนใจให้กับภาพด้วย ‘ความคมชัด’

Wuttipong Nim-orn
Wuttipong Nim-orn
Instructor of DozzDIY
ในเฟสที่ 2 ของหลักสูตร ‘ศิลปะแห่งการจัดองค์ปประกอบภาพถ่าย’ จาก DozzDIY เป็นการขยายความหมายของเนื้อหาจากรูปแบบ Speed-Concept ที่ได้ผ่านไปแล้วเป็นแบบการเรียนรู้แบบต่อเนื่อง ว่าด้วยเรื่องของ ‘จุดสนใจ’ (Point of Interest) ว่าพอจะมีวิธีใดบ้างที่ทำให้ภาพถ่ายเกิดความน่าสนใจและมีความเห็นแบบเดียวกันกับผู้บันทึกภาพเมื่อชมภาพดังกล่าว เนื้อหาจะเป็นสาธารณะแบบไม่จัดเรียง แต่สำหรับคลิปวิดีโอเฉพาะผู้ที่ลงเรียนกับเราเท่านั้น

ความคมชัดนับเป็นสิ่งที่ผู้บันทึกภาพจะได้เรียนรู้เป็นทักษะแรกๆในการทำให้ส่วนนั้นมีรายละเอียดที่ชัดเจนและปราศจากสิ้นข้อสงสัย ในการทำภาพถ่ายให้มีความคมชัดไม่ว่าจะทั้งฉากหรือส่วนใดส่วนหนึ่งนั้นเราจะต้องทราบอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ 1. ความคมชัดที่เกิดจากการอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดไฟล์ต้นฉบับ (เลนส์ และ ช่วงระยะชัด) และ 2. ความคมชัดที่เกิดจากการปรับแต่งเพิ่มเติมเอาภายหลัง (โปรแกรมตกแต่งภาพถ่าย)

ความคมชัดจากเลนส์

ปัจจุบันเรามีเทคโนโลยีที่ดีเพียงพอที่เลนส์ราคาถูกๆจะให้ความคมชัดได้ดีแล้ว ซึ่งนั้นอาจจะเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ต่ำลงแต่อย่างไรก็ตามในทักษะขั้นพื้นฐานเบื้องต้นของผู้เรียนควรจะทราบการควบคุมกล้องถ่ายภาพดิจิตอลขั้นพื้นฐานในเรื่องของรูรับแสง (Aperture) และ ค่าความคมชัดสูงสุดที่เลนส์ตัวนั้นสามารถทำได้ (Sweet Spot) และศึกษาผลกระทบของการใช้รูรับแสงค่าต่างๆกับการกระเจิงของแสงภายในตัวเลนส์ให้ดี เพื่อให้เกิดความแม่นยำในการถ่ายทอดเรื่องราวได้ดีที่สุด

แนวทางของการผลิตเลนส์ในปัจจุบันนั้นมุ่งไปยังอุปกรณ์ที่ราคาถูกลงและคมมากขึ้น รวมไปถึงกำลังขยายที่มากขึ้น

ความคมชัดจากช่วงระยะชัด

ผลกระทบที่จะส่งถึงช่วงระยะชัด (Depth of Field) หลักๆก็จะเป็นขนาดของเซ็นเซอร์รูปภาพว่าด้วยเซ็นเซอร์ที่ยิ่งมีขนาดใหญ่ขึ้นเท่าไร ค่าความคมชัดในช่วงโฟกัสของภาพจะยิ่งน้อยลงเท่านั้น ตามด้วยทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่เลือกใช้ตามวัตถุประสงค์ อีกทั้งเทคนิคในการควบคุมค่าดังกล่าวจากประสบการณ์ที่จะช่วยให้วัตถุในโฟกัสมีความครอบคลุมระยะที่ดี

ความคมชัดบางๆจากการใช้รูรับแสงที่กว้างก็ช่วยให้ภาพน่าสนใจขึ้น

ความคมชัดจากซอฟท์แวร์ก่อนประมวลผลเป็น JPEG

กรณีที่มีการบันทึกภาพเป็นไฟล์ JPEG ตัวซอฟท์แวร์ในกล้องถ่ายภาพดิจิตอลจะมีการอัดค่าความคมชัดมาให้ระดับหนึ่ง (เรียกกระบวนการนี้ว่า Capture Sharpening จัดว่าเป็นข้อเสียเปรียบของคนไม่บันทึก RAW) ถ้าไม่ไปทำอะไรกับภาพต่อก็อาจไม่ต้องคิดอะไรมากนักแต่ขอให้คิดก่อนว่าเป็นความคมชัดประดิษฐ์ที่ไม่ค่อยฉลาดเท่าไร เมื่อเทียบกับการมาเลือกเอง

ความคมชัดจากการตกแต่งโดยโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ความคมชัดที่เรากำหนดส่วนเองได้ เรียกว่า Creative Sharpening หมายถึงความคมชัดที่เกิดจากการจัดการในภาพด้วยตนเอง ในส่วนนี้เราสามารถที่จะให้จุดที่ความสนใจนั้นโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่จะต้องเรียนรู้โปรแกรมและทักษะการใช้งานให้ดีไม่มากเกินไปจนภาพกระด้าง

เครื่องมือที่ใช้ปรับคมในโปรแกรมต่างๆ

การใช้ประโยชน์จากสิ่งที่อยู่ตรงข้ามความคมชัด

สิ่งที่อยู่ตรงข้ามความคมชัดก็คือความไม่คมชัด อาจจะมากไปจนถึงความเบลอของภาพโดยที่ก็มีข้อดีอยู่เช่นเดียวกันคือทำให้ส่วนที่จะมาดึงดูดสายตาในการชมภาพลดความสำคัญลงไป ส่วนนี้ขอให้นึกเลยไปถึงการจัดเฟรมภาพที่มุ่งเน้นความสนใจมาที่จุดสนใจเพียงอย่างเดียวก็จะดี เช่น อาทิ ขยะที่ปรากฏอยู่บนหาดทรายในระยะความคมชัด

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา