ถ่ายภาพอย่างไรให้พร้อมสำหรับตกแต่ง

ถ่ายภาพอย่างไรให้พร้อมสำหรับตกแต่ง

การวางแผนเป็นสิ่งที่ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องใด และในเรื่องถ่ายภาพการวางแผนถ่ายภาพให้ดีสำหรับการตกแต่งก็นับเป็นการมองเหตุการณ์ล่วงหน้าและเตรียมตัวว่าเราจะทำให้ภาพตลอดกระบวนการเป็นไปในทิศทางไหนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าการไม่วางแผน บทความนี้จะได้อธิบายถึงความสำคัญของการวางแผนบันทึกภาพในแบบต่างๆเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
ความสำคัญของฮิสโตแกรมกับภาพต้นฉบับ

ฮิสโตแกรมบ่งบอกพฤติกรรมของภาพต้นฉบับอย่างแท้จริง มันสามารถบอกได้ว่าบรรยากาศของแสงและปริมาณเม็ดสีในภาพเป็นอย่างไรและสามารถคาดคะเนได้ว่าการตกแต่งในระดับใดที่ดีเพียงพอกับภาพเหล่านั้น คนที่อ่านฮิสโตแกรมอย่างเข้าใจจะทราบว่าเมื่อใดที่ไม่สามารถแต่งต่อไปได้อีก เช่น การเร่งค่าสีจนถึงจุดล้น, ค่าความสว่างมืดที่มากหรือน้อยเกินไป หรือ คอนทราสต์ของภาพที่แสดงอารมณ์บางเบาหรือหนัก

ฮิสโตแกรมสามารถบอกได้ว่าภาพนั้นเป็นอย่างไร สว่างหรือมืดพอแล้ว หรือเกิดจากการผสมของสีในส่วนต่างๆอย่างไร

ประเภทของภาพต้นฉบับแบบต่างๆ

ภาพต้นฉบับแบบต่างๆที่จะนำมากล่าวถึงนั้น เราขอแบ่งออกเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ ภาพที่มีความสว่างในระดับกลาง (Soft Light), ภาพติดสว่าง (OverExposure), ภาพติดมืด (UnderExposure), ภาพความเปรียบต่างต่ำ (Low Contrast) และ ภาพความเปรียบต่างสูง (High Contrast)

ภาพประเภทที่ 1 : ภาพที่มีความสว่างในระดับกลาง

ภาพที่มีความสว่างในระดับกลาง มักจะเป็นภาพในร่มและมีสภาพแสงที่ไม่แรง อาจจะเป็นแสงจากข้างหน้าต่างหรือกลางแจ้งที่ความเข้มแสงต่ำ (สังเกตได้จากเงาที่เท้าจะไม่ปรากฏ) ภาพที่ได้จะมีความนุ่มนวลและพร้อมนำไปตกแต่งได้ทุกแบบเนื่องจากมีรายละเอียดครบถ้วนและค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์อุดมคติของไฟล์ภาพดิจิตอลเพื่อการตกแต่ง

แสงนุ่มๆที่ให้โทนภาพสวยงาม สีสันอาจจะไม่เข้มมากแต่ก็ไม่มีจุดขาวสุดหรือดำสุดในภาพเลย

ภาพประเภทที่ 2 : ภาพติดสว่าง

ภาพติดสว่างจะมีรายละเอียดบางส่วนที่หลุดหายไปในด้านขวาของฮิสโตแกรม อนุมานได้ว่าส่วนที่หลุดไปคือแสงที่ไม่สามารถกู้กลับมาได้แล้วเช่น หลอดไฟ, ดวงอาทิตย์ หรือสีขาวปลอด เป็นต้น การถ่ายภาพในลักษณะดังกล่าวมักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สถานการณ์แสงมีความสว่างสูง เช่นชายทะเลในเวลากลางวัน หรือการสะท้อนแสงจ้าจากกระจกใส การกู้รายละเอียดคืนด้วยกระบวนการทางดิจิตอลมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างน้อย

อาจจะไม่จำเป็นต้องขาวขนาดนี้แต่สว่างสดใสมากๆก็นับเป็นภาพติดสว่าง (Exposure Value ชดเชยบวกสูงๆ)

ภาพประเภทที่ 3 : ภาพติดมืด

ภาพติดมืดมักเป็นภาพที่ถ่ายในเวลากลางคืนหรือมีวัตถุที่มีสีที่ให้มิติความสว่างที่ต่ำกว่าปรากฏอยู่ อาจจะต้องพิจารณาจากความจำเป็นในการกู้รายละเอียดส่วนมืดให้ปรากฏเมื่อเข้าสู่การตกแต่งด้วยว่าจำเป็นมากน้อยเพียงใด เช่น การถ่ายภาพในเวลากลางคืนที่ไม่มีเหตุผลในการกู้ความสว่างในส่วนเงาของภาพอยู่แล้ว ดังนั้นการตกแต่งภาพถ่ายจึงต้องระมัดระวังการทำให้ภาพมืดลงไปอีก อย่างไรก็ดี การถ่ายภาพให้ติดมืดสามารถกู้รายละเอียดคืนได้มากกว่าการถ่ายภาพติดสว่างด้วยเหตุผลเนื่องจากรายละเอียดที่ถูกบันทึกมีมากกว่าการถ่ายให้ส่วนนั้นสว่าง และปรับปรุงแก้ไขได้สะดวกกว่านั่นเอง

ภาพถ่ายติดมืดอาจไม่จำเป็นต้องดำสนิทแต่พื้นที่ส่วนมากในฮิสโตแกรมอยู่ในส่วนเงานับจากส่วนกลางลงมา

ภาพประเภทที่ 4 : ภาพความเปรียบต่างต่ำ

ภาพถ่ายความเปรียบต่างต่ำคือภาพถ่ายที่มีสิ่งต่างๆในภาพในระดับความสว่างที่ใกล้เคียงกันมากๆ (ทดสอบได้โดยเมื่อแปลงภาพเหล่านั้นให้เป็นขาวดำจะชัดเจน) ภาพดังกล่าวมีความยืดหยุ่นสูงในการแก้ไขภาพคล้ายๆกับภาพประเภทที่หนึ่ง

ภาพสีอาจจะดูว่าแตกต่างขนาดสังเกตได้ ให้ลองแปลงเป็นขาวดำจึงจะทราบว่าภาพบางเบามากๆ

ภาพประเภทที่ 5 : ภาพความเปรียบต่างสูง

ภาพความเปรียบต่างสูงเปรียบเสมือนภาพที่ถูกลดความยืดหยุ่นด้วยการยืดไฟล์แล้ว การตกแต่งจึงทำได้น้อยกว่าภาพความเปรียบต่างต่ำ อันที่จริงภาพประเภทที่ 4 และ 5 ก็จะอยู่ใน 3 ประเภทแรกเพียงแต่เรากำลังกล่าวถึงการแยกเกณฑ์ภาพโดยใช้ความเปรียบต่างเป็นตัวแบ่งเท่านั้นเอง

ภาพความเปรียบต่างสูงให้สีสันที่จัดจ้านและแยกแยะสิ่งต่างๆได้อย่างละเอียด แต่ก็เอาไปแต่งต่อได้ลำบากพอสมควร

หลักของการถ่ายภาพที่มีความยืดหยุ่นสูงเพื่อตกแต่ง

แนวทางภาพต้นฉบับที่พร้อมสำหรับการตกแต่งในเบื้องต้นอาจจะดูเหมือนว่าสีค่อนข้างซีดและไม่สว่างหรือมืดไปทางใดทางหนึ่งก็ไม่ต้องตกใจ เพราะข้อมูลจำนวนมากที่ซ่อนอยู่ในภาพแบบนั้นดึงให้ยืดออกไปได้อีกมหาศาล ตรงกันข้ามกับภาพที่บันทึกมาให้สวยงามเรียบร้อยแล้ว ก็ต้องเลือกเอาว่าจะตกแต่งต่อได้น้อยหรือทำอะไรเพิ่มอีกไหม มันจึงเป็นหลักการที่สำคัญในการตกแต่ง หรือพิจารณาว่าการตกแต่งภาพประเภทใดมีความยืดหยุ่นสูงหรือต่ำต่อไป

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Wuttipong Nim-orn

Wuttipong Nim-orn

Instructor of DozzDIY
เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ
เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

การใช้งานฟิลเตอร์ Iris Blur

Iris Blur เป็น 1 ในตัวเลือกฟิลเตอร์ของแกลเลอรีฟิลเตอร์ใน Photoshop CC มีการทำงานในการเบลอพื้นที่แบบเป็นกลุ่มในขณะที่ฟิลเตอร์จะพยายามคงภาพพื้นที่ๆไม่ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกไว้ให้มากที่สุด การใช้งานจะเป็นแบบรัศมีวงซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากบทความนี้

การใช้งานฟิลเตอร์ Shape Blur

Shape Blur คือ 1 ในฟิลเตอร์ที่ใช้ทรัพยากรประมวลผลมากพอสมควรเพื่อสร้างเอฟเฟกลักษณะ ‘บังคับรูปร่าง’ (Shape Control) อาการเบลอที่ได้จากเอฟเฟกจะถูกคำนวนโดยอ้างอิงจากวัตถุที่เลือก ตรงนี้ผู้เรียนสามารถสร้างรูปร่างที่ตัวเองต้องการได้ด้วย ข้อสันนิษฐานหนึ่งของฟังก์ชั่นดังกล่าวคือการเว้นค่าตัวแปรอิสระที่ให้เราเลือกได้เอง

การใช้งานฟิลเตอร์ Lens Blur

ฟิลเตอร์ Lens Blur ใน Adobe Photoshop CC จะแยกออกมาจาก Shape Blur ในแง่ของรูปร่างการเบลอที่จำกัดเหลี่ยมมุมตามสภาพของใบเบลด (เลียนเสมือนเลนส์ถ่ายภาพจริง) และเพิ่มพารามิเตอร์ที่สำคัญเข้าไปหลายตัวเพื่อทำให้เอฟเฟกที่เกิดขึ้นมีความสมจริงมากที่สุด

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา