ถ่ายกับมือ : ทำไมต้องจัดองค์ประกอบภาพ

ถ่ายกับมือ : ทำไมต้องจัดองค์ประกอบภาพ

ภาพถ่ายภาพหนึ่งแทนคำพูดได้เป็นล้านคำ ความจริงนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกินเลยแต่ประการใดหากแต่มีปัจจัยที่เกี่ยวข้องซับซ้อนในความสัมพันธ์ของความหมายที่ช่างถ่ายภาพทุกคนต้องเรียนรู้ สืบเนื่องจากว่าการถ่ายภาพคือศิลปะในการสื่อสารแขนงหนึ่ง ดังนั้นแล้วการเรียนรู้เพื่อสื่อสารให้ประสบความสำเร็จจึงเป็นเรื่องที่เราควรตระหนัก

การจัดองค์ประกอบภาพคืออะไร

ทุกวันนี้มนุษย์นั้นต้องพบกับสิ่งยั่วยุหรือความยุ่งเหยิงของหลายๆสิ่งมากมายที่ทำให้ไม่สามารถโฟกัสสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้อย่างแม่นยำ และคำว่า “โฟกัส” คือ การจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างเป็นสมาธิ ยกตัวอย่างเช่นในวันอาทิตย์นี้คุณต้องทำงานโปรเจกต์ชิ้นใหญ่ให้จบ แล้วเผอิญว่ามีเรื่องสอดแทรกเข้ามาในระหว่างนั้นอย่างมากมายทั้งเรื่องที่ไม่เป็นสาระเช่นเพื่อนฝูงชวนไปปาร์ตี้คืนวันเสาร์ หรือติดงานวันเกิดคนรัก เพียงแค่นี้สภาวะจิตใจก็เริ่มวอกแวกแล้วหากไม่มีการจัดการให้ดี

เราจะแยกแยะความสำคัญมากน้อยของสิ่งต่างๆภายในภาพได้อย่างไร
1/500sec @f/2.8 ISO100
Sigma DP3 Quattro

‘ทำให้ง่าย’ คือ หัวใจของการจัดองค์ประกอบภาพ

ศิลปะแบบนามธรรมนั้นไม่มีรูปร่างถึงจับต้องไม่ได้แต่รู้สึกได้ เช่น ความอิ่มเอมใจในการฟังเพลง หรือ เพลิดเพลินไปกับสื่อแขนงต่างๆ และการถ่ายภาพเองก็เป็นศาสตร์ในการสื่อสารที่จำเป็นต้องให้เกิดความสำเร็จระหว่างผู้ส่งสารอย่างช่างภาพและผู้รับสารอย่างคนรับชม ศิลปะจะเป็นตัวกำหนดวิทยาศาสตร์อีกทีว่าเราควรใช้เทคนิคอะไรให้เกิดผลสำเร็จแบบนั้นขึ้นมา

สีส้มที่กลับให้ความอึมครึมและแออัดแทนที่จะสดใสหรือตื่นเต้น

ทางเดินและจุดหมายที่เดินทางไปถูกแสดงด้วยเส้นสาย

ตีมการแต่งงานแบบยุค 1960 คือกรอบกำหนดภาพถ่ายของภาพชุดนี้ทั้งหมด

ตัวอย่างความเข้าใจในการจัดองค์ประกอบภาพกับการถ่ายภาพ

ในวันที่คุณกำลังมองหาภาพถ่ายดีๆสักภาพหนึ่งในตลาดสด สถานการณ์นั้นมีความยากในการโฟกัสไปยังจุดใดจุดหนึ่งเนื่องจากมีวัตถุหรือสิ่งมีชีวิตในภาพเข้ามารบกวนเกี่ยวข้องเต็มไปหมด หากว่าการกดชัตเตอร์เกิดขึ้นโดยขาดความใส่ใจหรือไม่มีความคิดมุมมองที่ละเอียดมีความเป็นได้สูงว่าภาพถ่ายนั้นก็จะเป็นแค่ภาพทั่วๆไป จริงอยู่ที่มันอาจจะมีคุณค่าเมื่อเวลาผ่านเลยไปแต่เราไม่จำเป็นต้องรอถึงขนาดนั้น

ตลาดชุมชนในช่วงเช้าที่จังหวัดพิจิตร (ถนนบุษบาซอย 3)

กรอบสี่เหลี่ยมของร้านเป็นตัวกำหนดเฟรมภาพ

แต่ถ้าเกิดว่าการกดชัตเตอร์เกิดจากความนึกคิดในสิ่งที่ต้องการนำเสนอมาเป็นอันดับแรกว่าต้องการจะถ่ายทอดอะไร เช่นนึกไว้ก่อนว่าการออกมาถ่ายภาพครั้งนี้คือชีวิตที่วุ่นวายในตลาดสด หรือ วิถีชีวิตแม่ค้า หรืออื่นๆ งานที่เกิดขึ้นจะถูกจำกัดความให้แคบลงและง่ายต่อกระบวนการทางความคิด ว่าจะใช้เทคนิคไหนเข้ามาจับ

สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น อาจจะเป็นการใช้เลนส์ที่มีทางยาวโฟกัสมากขึ้นเพื่อละลายสิ่งที่นอกเหนือความสนใจออกไป แถมยังลดโอกาสการรู้ตัวของแบบที่กำลังถูกบันทึกภาพ แค่นี้ก็ถือเป็นการจัดองค์ประกอบภาพอย่างง่ายๆวิธีหนึ่งแล้ว

‘ความชอบ’ ที่เกิดจาก ‘ความเคยชิน’

ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมีเหตุและผลรองรับเสมอ หากแต่ว่ามนุษย์ที่หลงไหลหรือมีความเชื่อโดยปราศจากความรู้ที่มากเพียงพอจะทำให้พวกเขาไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไม ยกตัวอย่างเช่น เราเคยมีความเชื่อกันว่าโลกนั้นแบนจนกระทั่งมีคนพิสูจน์ได้ว่าโลกกลมด้วยความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ทำไมคนส่วนมากถึงมองว่าผู้หญิงผิวขาวนั้นดูดี, ทำไมคนมองว่าสีดำเป็นสีที่ชั่วร้ายหรือแม้แต่สีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์, ทำไมการอยู่ในลวดลายเยอะๆทำให้เกิดความรู้สึกอึดอัดมากกว่าการอยู่ในห้องที่มีสีเดียว, ทำไมการลักขโมยถึงเป็นสิ่งที่ไม่ดี อะไรคือสิ่งที่แบ่งแยกความดีความไม่ดี ศาสนา, ความถูกต้องตามครรลองครองธรรม หรือ สิ่งที่มาจากเบื้องลึกของจิตใจมนุษย์..

เราทุกคนล้วนชอบความสุขความสบาย รังเกียจความลำบากยากแค้นหรือทุกขเวทนา, ชอบความสวยงาม, สะอาด, ไม่ชอบความสกปรกหรือกลิ่นเหม็น การจัดองค์ประกอบจะมีหัวใจหลักมาจากความชอบและไม่ชอบ

ความปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นหล่อหลอมให้มนุษย์กลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคม และช่างภาพที่ดีจะต้องอาศัยประโยชน์ของการเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาปรับใช้กับงานของตนครับ

เหตุผลคร่าวๆที่ต้องจัดองค์ประกอบภาพถ่าย

ภาพดูง่ายขึ้น

เมื่อต้องเทียบกับภาพที่ถ่ายแบบไม่ใส่ความคิดอะไรเลยลงไปแล้ว การมองอย่างพิถีพิถันแล้วเจาะจงเฉพาะเรื่องราวที่จำเป็นท่ามกลางสิ่งเหล่านั้นจะช่วยให้ผู้ชมเข้าใจสิ่งที่สื่อได้ง่ายกว่าเดิม

มองโลกอย่างศิลปิน

เพราะการมองอะไรต่อมิอะไรจากนี้จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เนื่องจากเป็นการศึกษาขีดจำกัดของมนุษย์ในการรับรู้และประยุกต์ใช้ในเชิงจิตวิทยา จึงเป็นสิ่งที่ศิลปินระดับโลกทุกคนทำ ซึ่งช่างภาพก็ถือเป็นศิลปินที่สร้างงานศิลปะทุกครั้งที่ถ่ายรูป

เพิ่มพูนความมั่นใจในงานมากขึ้น

ถ้าคุณยังสะเปะสะปะกับการถ่ายภาพโดยไร้หลักการ ความรู้ในการจัดองค์ประกอบจะช่วยให้ทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง แม้ว่าหลักการเหล่านี้จะไม่จำเป็นต้องทำตามเสมอไปแต่มันจะช่วยให้งานถ่ายภาพในช่วงแรกเป็นไปอย่างมีขั้นตอน

สื่อสารได้อย่างทรงพลัง

ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการที่ภาพสามารถเปลี่ยนแปลงผู้ชมไปตามความประสงค์ของช่างภาพได้ ภาพที่ทรงพลังนั้นจะเรียกอารมณ์ความรู้สึก รวมไปถึงการเปลี่ยนทิศทางของผู้รับได้ตามความต้องการของช่างภาพด้วยหลักของการจัดองค์ประกอบนี้ ไม่ใช่การพูดถึงการตกแต่งหรืออุปกรณ์อีกต่อไป สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก

หลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่ไม่คาดคิด

การจัดองค์ประกอบช่วยฝึกฝนให้ช่างภาพเป็นคนที่มีความคิดที่ละเอียดมากขึ้น ดังนั้นงานจึงต้องดีขึ้นกว่าเดิมเป็นธรรมดา เช่นการพยายามหามุมหลีกเลี่ยงสิ่งรบกวนอย่างเช่นดวงไฟบนหัวนางแบบ หรือกรอบรูปที่อาจดึงความสนใจ เทคนิคที่นำมาช่วยจะทำให้ภาพดูดีและน่าสนใจได้มากยิ่งขึ้น

งานจะถูกยกระดับแยกจากช่างภาพทั่วไปทันที

ความรู้สึกว่าภาพนั้นมีความงามสามารถเกิดขึ้นได้กับคนโดยส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่ต่างออกไปจากคนที่เรียนหลักกการจัดองค์ประกอบนั้นพวกเขาจะรู้ถึงเหตุและผลว่าทำไมภาพจึงงามและดีต่างจากคนทั่วไปที่ไม่อาจรู้ได้เลย คำพูดทีว่า “ความรู้ยิ่งละเอียด ความงามยิ่งละเอียด” จะช่วยให้การถ่ายภาพแตกต่างจากคนทั่วไปที่มีกล้องถ่ายภาพแต่ไม่ศึกษาหลักการเหล่านี้

ต่อยอดไปยังงานศิลปะอื่นๆได้

การจัดองค์ประกอบนั้นมีอยู่ในงานศิลปะทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการประพันธ์บทเพลง, ศิลปะงานปูนปั้น หรือสถาปัตยกรรมต่างๆ ยังไม่รวมไปถึงเรื่องสามัญพื้นฐานเช่นการขายสินค้าในตลาดสด การเว้นช่วงจังหวะหรือหาโอกาสโน้มน้าวเรื่องเหล่านี้เป็นศิลปะแทบทั้งสิ้น และงานศิลปะจำเป้นต้องมีการจัดองค์ประกอบ

มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเองในที่สุด

เมื่อผู้เรียนการจัดองค์ประกอบภาพถ่ายเดินทางมาถึงจุดๆหนึ่งของการเรียนรู้ พวกเขาจะเริ่มมองหาสิ่งใหม่ๆที่ช่วยพัฒนางานจากจุดเดิมให้ไปไกลจากที่เป็นอยู่ การประยุกต์ความรู้พื้นฐานไปใช้กับความรู้อื่นสำหรับ DozzDIY เรียกว่าเป็นระดับสูง ซึ่งหากมองกันที่ความหมายจริงๆแล้วสิ่งเหล่านี้เกิดจากความเพียรและฝึกฝนมาอย่างยาวนานนั่น และไม่มีทางลัดใดๆ

หลักสูตร ‘ถ่ายกับมือ’ (Handheld Mastery) เป็นหลักสูตรที่ควรเรียนตั้งแต่เริ่มก่อนจะไปเรียน แต่งภาพ Lightroom  หลักสูตรนี้จึงเป็นการปูทางที่ครอบคลุมการถ่ายภาพทั้งระบบ ไม่ว่าจะเป็นความรู้ในการควบคุมกล้องเบื้องต้น, การเรียนรู้จิตวิทยามนุษย์ซึ่งผู้เรียนถ่ายภาพส่วนใหญ่จะไม่ค่อยพบเจอในเนื้อหาแบบปกติ รวมไปถึงสิ่งที่คุณต้องเจอต่อไปไม่ว่าจะเป็นปัญหาในภาพถ่ายจากกล้องดิจิตอลที่ต้องได้รับการแก้ไข ทั้งหมดนี้มีในหลักสูตรเอกลักษณ์เฉพาะที่ผู้สอนตั้งใจทำออกมาให้เรียนกันครับ  (กลับไปสารบัญหลักสูตร คลิกที่นี่)

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Wuttipong Nim-orn

Wuttipong Nim-orn

Instructor of DozzDIY
เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ
เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

การใช้งานฟิลเตอร์ Iris Blur

Iris Blur เป็น 1 ในตัวเลือกฟิลเตอร์ของแกลเลอรีฟิลเตอร์ใน Photoshop CC มีการทำงานในการเบลอพื้นที่แบบเป็นกลุ่มในขณะที่ฟิลเตอร์จะพยายามคงภาพพื้นที่ๆไม่ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกไว้ให้มากที่สุด การใช้งานจะเป็นแบบรัศมีวงซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากบทความนี้

การใช้งานฟิลเตอร์ Shape Blur

Shape Blur คือ 1 ในฟิลเตอร์ที่ใช้ทรัพยากรประมวลผลมากพอสมควรเพื่อสร้างเอฟเฟกลักษณะ ‘บังคับรูปร่าง’ (Shape Control) อาการเบลอที่ได้จากเอฟเฟกจะถูกคำนวนโดยอ้างอิงจากวัตถุที่เลือก ตรงนี้ผู้เรียนสามารถสร้างรูปร่างที่ตัวเองต้องการได้ด้วย ข้อสันนิษฐานหนึ่งของฟังก์ชั่นดังกล่าวคือการเว้นค่าตัวแปรอิสระที่ให้เราเลือกได้เอง

การใช้งานฟิลเตอร์ Lens Blur

ฟิลเตอร์ Lens Blur ใน Adobe Photoshop CC จะแยกออกมาจาก Shape Blur ในแง่ของรูปร่างการเบลอที่จำกัดเหลี่ยมมุมตามสภาพของใบเบลด (เลียนเสมือนเลนส์ถ่ายภาพจริง) และเพิ่มพารามิเตอร์ที่สำคัญเข้าไปหลายตัวเพื่อทำให้เอฟเฟกที่เกิดขึ้นมีความสมจริงมากที่สุด

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา