การเลือกใช้สีในภาพถ่าย

สีเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งในการจัดองค์ประกอบ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสีจึงสามารถนำมาใช้กับการถ่ายภาพได้โดยตรง การจัดระบบสีเพื่อสร้างสรรค์สิ่งต่างๆจึงควรคำนึงถึงวัตถุประสงค์ในการเลือกใช้เพื่อความสอดคล้องกลมกลืนหรือเป็นไปตามทิศทางที่ผู้สร้างวางเอาไว้ คุณค่าของงานจะมีมากขึ้นหรือลดลงก็อยู่ที่การเลือกใช้สี ซึ่งมีหลักการเลือกใช้สีอยู่หลายแบบด้วยกัน

สีแบบวัตถุธาตุและวงล้อสี (RYB Color Model & Color Wheel)

จาก ทฤษฎีสีในการถ่ายภาพ ได้กล่าวไว้ว่าระบบสี RYB เป็นระบบสีที่ใช้ในงานศิลปะ (สารสีแบบทึบแสงซึงรวมตัวกันจะได้สีดำ) หรือเรียกได้อีกอย่างว่าระบบสีของช่างเขียน ประกอบด้วยสามแม่สีหลักได้แก่ สีแดง, สีเหลือง และสีน้ำเงิน วิธีการหาสีข้างเคียงนั้นทำได้ด้วยการเอาแม่สีมาผสมกับแล้วแทนสีที่ผสมลงไปดังภาพ ทำแบบนี้จนได้วงล้อสีขั้นที่ 3 เราจะใช้วงล้อของ RYB ในการเลือกสีในภาพ

rybColorWheel

หมายเหตุ : ต้องขอเน้นย้ำว่าในโลกของการถ่ายภาพนั้นหากไม่ใช่การเซ็ทฉากหรือการเลือกวัตถุสิ่งของที่มีสีต่างๆอย่างจงใจ ย่อมเป็นไปได้ยากที่จะทำให้ภาพต้นฉบับได้สีที่ตรงตามความต้องการ จึงต้องอาศัยทักษะความชำนาญในการใช้เครื่องมือเพื่อตกแต่งหรือปรับแก้สีเพื่อให้ได้ตามหลัก และหากจะทำได้แม่นยำที่จอคอมพิวเตอร์แล้ว ระบบการเลือกใช้สีสำหรับงานพิมพ์ก็ยังต้องพิถีพิถันอีกด้วย

มิติของสี (The Dimension of Colors)

งานศิลปะหรือสื่อที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะในยุคก่อนหรือยุคปัจจุบัน หากมีเรื่องของสีที่เกี่ยวข้องแล้วย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องมิติของสี มันสามารถนำไปประยุกต์กับงานถ่ายภาพได้โดยตรงโดยการเรียนรู้ความเป็นไปได้ของสเกลในการควบคุมตัวแปรต่างๆ ซึ่งนั่นก็ขึ้นอยู่กับโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาให้ใช้งานอย่างไรด้วย

colordimension

HSL และ HSV คืออะไร?

HSL หรือ HSV คือการพูดถึงมิติในด้านต่างๆของสี เมื่อถูกจำกัดด้วยรูปแบบสี เช่น RGB ความสามารถการผลิตสีที่รูปแบบสี RGB ผลิตได้มากที่สุดทำให้ได้กราฟการผลิตสีทั้งหมดต่างไปจากกราฟของ CMYK (เพราะทั้งสองรูปแบบสีนี้ไม่เหมือนกัน) ปัญหาดังกล่าวยกตัวอย่างเช่นสีที่เห็นบนหน้าจอ (RGB) เมื่อสั่งพิมพ์ลงบนกระดาษสีอาจจะซีดกว่าความเป็นจริง เพราะรูปแบบสีต่างกัน

RGB_and_CMYK_comparison

ความไม่เท่ากันของเฉดสีในรูปแบบสี RGB และ CMYK ที่มา : Wikipedia

สีสัน (Hue)

Hue_Color_Range

ที่มา : Pensilscoop.com

สีสันคือเฉดสีที่ไล่ไปจนหมดของสีที่รูปแบบจะผลิตได้ (พิจารณาดูรูปมิติของสีจะเป็นการเปลี่ยนตำแหน่งในแนวรัศมี)

ความอิ่มตัว (Saturation)

saturation

หมายถึงความเข้มข้นสูงสุดที่สีนั้นให้ได้ สีจะเข้มมากเท่าไรนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่ากำลังพูดถึงรูปแบบสีอะไร มีขอบเขตในการผลิตแค่ไหนด้วย จากภาพตัวอย่างเป็นการเพิ่มความเข้มสีโดยการเริ่มมาจากสีเทากลางจนเข้มที่สุด

ความส่องสว่าง (Luminance)

luminance

หมายถึงการค่อยๆปะปนของสีขาวหรือสีดำลงไปในสีนั้นๆ ขึ้นอยู่กับว่าจะเริ่มจากสีตรงไหนในรูปแบบ ท้ายที่สุดจะกลายเป็นสีขาวหรือสีดำ

แล้วควรจะมีสีเท่าไหร่ในภาพถ่าย?

การกำหนดสีสันนั้นเรามักพูดกันตอนแก้ไขด้วยโปรแกรมด้วยการกำหนดโทนสีขึ้นใหม่

โดยทั่วไปหากเป็นการออกแบบโลโก้มักจะใช้สีไม่เกิน 3 สีเพื่อความเรียบง่ายมากที่สุด (โลโก้มักออกแบบมาให้ผู้พบเห็นจดจำได้ง่าย) โดยทั่วไปอาจจะอยู่ที่ 4 หรือมากถึง 10 นั่นก็แล้วแต่ว่าผู้ใช้มีวัตถุประสงค์อย่างไร ยิ่งถ้าเป็นภาพถ่ายต้องอาศัยความสามารถในการจัดการสีที่สูงขึ้นเพื่อควบคุมทุกอย่างให้เป็นไปตามต้องการผ่านโปรแกรมตกแต่ง

monochromatic

Monochromatic

ใช้สีเพียงสีเดียว แต่มีการเพิ่มหรือลดน้ำหนัก เช่นถ้าเลือกสีแดงก็จะมีสีแดงที่เข้มขึ้นหรืออ่อนลงอยู่ในรูปแบบด้วย

analogousAnalogous

เป็นการเลือกสีข้างเคียงเพิ่มขึ้นมาอีกสองเฉดสี ลักษณะของสีที่ได้จะเป็นแบบคล้อยตามกัน

complimentary

Complementary

เลือกใช้สีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของสีที่เลือกในวงล้อสี คู่สีลักษณะนี้ให้ความเปรียบต่างหรือความขัดแย้งสูง

splitcom

Split-Complementary

กำหนดสีที่ต้องการมา 1  แล้วเลือกสีที่อยู่ข้างเคียงจากฝั่งตรงข้ามแทน

doublecompliment

Double Complement

การเลือกสีแบบคู่สีตรงข้าม สีที่ใช้จะมีช่วงกว้างในระดับการไล่สีเพิ่มขึ้นจาก Complementary แต่ยังเน้นเรื่องของคู่ตรงข้ามเหมือนเดิม

triad

Triad

เป็นการเลือกสีที่มีช่วงห่างของสีในวงล้อสีเท่าๆกัน 3 สี

tetrad

Tetrad

ลักษณะจะคล้ายกับ Double-Complement แต่มีการเว้นช่วงห่างของสี 1 ช่วงสี และจับเป็นคู่

diad

Diad

สีใกล้เคียงที่ห่างกัน 1 ช่วงสี

ตัวอย่างการเลือกใช้สีกับภาพถ่าย

ตัวอย่างที่ 1 : Monochromatic

การเลือกใช้สีแบบ Monochromatic ความน่าสนใจในภาพจะมีน้อยจึงต้องเล่นกับความขัดแย้งร่วมกับสีธรรมชาติ (การไล่น้ำหนัก) การเล่นกับระยะใกล้-ไกล เช่นวัตถุที่อยู่ใกล้กว่าจะมีสีที่เข้มกว่า และจางลงเมื่อไกลออกไปเรื่อยๆ ภาพที่คนส่วนใหญ่จะเข้าถึงและรู้สึกถึงความแตกต่างได้ง่ายได้แก่ภาพที่มีการตัดกันของสีรุนแรง เช่นภาพที่ถ่ายจากสภาพแสงแข็งๆในตอนเที่ยง เป็นต้น

ภาพแบบโทนสีเดียว ขอขอบคุณภาพจาก Diamond Image

ขอขอบคุณภาพจากเพจ Diamond Image

ตัวอย่างที่ 2 : Complementary

คู่สีแบบตรงกันข้ามเมื่อใช้คู่กับสีธรรมชาติสีขาวจะดูดกลืนสีวรรณะร้อน สีดำจะดูดกลืนสีวรรณะเย็นซึ่งทำให้สีที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่มีความขัดแย้งสูงนั้นโดดเด่นขึ้นมา (ในงานออกแบบสีธรรมชาติมักเป็นสีพื้นหลังเช่นกระดาษขาวหรือดำ แต่ในงานภาพจะเป็นความสว่างของบรรยากาศโดยรอบแทน)

fairy02

ซื้อชุดสี DozzDIY : Fairy [คลิก]

ตัวอย่างที่ 3 : Split-Complementary

คู่สีตรงข้ามแบบข้างเคียง มักจะช่วยเกื้อหนุนให้สีหลักซึ่งเป็นสีที่เลือกมีความโดดเด่นเช่นถ้าสีหลักคือสีแดง สีฝั่งตรงข้ามข้างสีเขียวคือสีน้ำเงินอมเขียวและเขียวอมเหลือง การแบ่งสัดส่วนของสีที่ใช้ในภาพก็สำคัญมากด้วยเช่นกัน

_S291092_fb

ซื้อชุดสี DozzDIY : Magazine Inspire [คลิก]

ตัวอย่างที่ 4 : Analogous

Analogous เพิ่มอาณาบริเวณของสีข้างเคียงสีที่เลือกเพิ่มมากขึ้น (Hue) ทำให้ภาพมีความหลากหลายของเฉดสีมากขึ้น แต่ความน่าสนใจในสีต่างๆต่อผู้ชมจะน้อยกว่าแบบ Monochromatic ผู้ใช้จึงต้องเลือกวิธีการจัดการให้ดีด้วยเช่นเดียวกัน

testmatte02

ซื้อชุดสี DozzDIY : Matte Emerald [คลิก]

Color Theory in Digital Photography
ราคา 1,790 บาท/ตลอดชีพ
(ติดต่อเพจเท่านั้น)
หลักสูตรทฤษฎีสีในการถ่ายภาพดิจิตอล
ในรูปแบบกลุ่มทางเฟซบุ๊ก

ดังนี้แล้วจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่าการเลือกใช้สีนั้นส่งผลสำคัญต่อภาพอย่างมาก หากผู้เรียนเลือกใช้สีกับภาพได้อย่างแม่นยำย่อมทำให้ประสบความสำเร็จได้อย่างราบรื่นกว่าผุ้ที่ไม่ได้ศึกษาเลยอย่างแน่นอน หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยครับ

แหล่งอ่างอิง

  • 1. Howard Joe. 2013, The Designer’s Guide to Color Theory. http://pencilscoop.com/ (accessed October 11, 2015).
  • 2. Wikipedia. August 2008, Color Theory. https://en.wikipedia.org/wiki/Color_theory (accessed October 10, 2015).
  • 3. Tiger Color. Color Harmonies : Basic techniques for combining colors. http://www.tigercolor.com/color-lab/color-theory/color-harmonies.htm (accessed October 9, 2015).
  • 4. Kate Smith. 2014, Color Relationships: Creating Color Harmony. http://www.sensationalcolor.com/understanding-color/theory/color-relationships-creating-color-harmony-1849 (accessed October 11, 2015).
Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Wuttipong Nim-orn

Wuttipong Nim-orn

Instructor of DozzDIY
เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ
เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

การใช้งานฟิลเตอร์ Iris Blur

Iris Blur เป็น 1 ในตัวเลือกฟิลเตอร์ของแกลเลอรีฟิลเตอร์ใน Photoshop CC มีการทำงานในการเบลอพื้นที่แบบเป็นกลุ่มในขณะที่ฟิลเตอร์จะพยายามคงภาพพื้นที่ๆไม่ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกไว้ให้มากที่สุด การใช้งานจะเป็นแบบรัศมีวงซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากบทความนี้

การใช้งานฟิลเตอร์ Shape Blur

Shape Blur คือ 1 ในฟิลเตอร์ที่ใช้ทรัพยากรประมวลผลมากพอสมควรเพื่อสร้างเอฟเฟกลักษณะ ‘บังคับรูปร่าง’ (Shape Control) อาการเบลอที่ได้จากเอฟเฟกจะถูกคำนวนโดยอ้างอิงจากวัตถุที่เลือก ตรงนี้ผู้เรียนสามารถสร้างรูปร่างที่ตัวเองต้องการได้ด้วย ข้อสันนิษฐานหนึ่งของฟังก์ชั่นดังกล่าวคือการเว้นค่าตัวแปรอิสระที่ให้เราเลือกได้เอง

การใช้งานฟิลเตอร์ Lens Blur

ฟิลเตอร์ Lens Blur ใน Adobe Photoshop CC จะแยกออกมาจาก Shape Blur ในแง่ของรูปร่างการเบลอที่จำกัดเหลี่ยมมุมตามสภาพของใบเบลด (เลียนเสมือนเลนส์ถ่ายภาพจริง) และเพิ่มพารามิเตอร์ที่สำคัญเข้าไปหลายตัวเพื่อทำให้เอฟเฟกที่เกิดขึ้นมีความสมจริงมากที่สุด

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา