กฏสามส่วนและการใช้งาน

กฏสามส่วนและการใช้งาน

กฏสามส่วนเป็นกฏที่ใช้งานง่ายและยืดหยุ่นมากกฏหนึ่งในบรรดากฏโครงสร้างเพื่อจัดองค์ประกอบภาพถ่าย กฏดังกล่าวเหมาะกับคนที่เริ่มเบื่อกับการวางจุดสนใจไว้กลางจอ แต่ก็มีคนจำนวนมากใช้งานมันโดยไม่คำนึงถึงสิ่งพึงระวังนั่นคือดุลยภาพของพื้นที่ส่วนที่เหลือ ผู้สอนเห็นว่าเนื้อหาส่วนนี้ไม่ได้เป็นความลับอะไรมากจึงเขียนในทุกแง่มุมของมันแบบสาธารณะซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ที่สนใจ
เพราะความเบื่อหน่ายของคนกลุ่มหนึ่งจึงเกิดกฏสามส่วนขึ้นมา

ตรงนี้คุณคงไม่ต้องไปศึกษาย้อนหลังมากขนาดเรียนรู้ประวัติรากที่มาหากไม่ได้ลงเรียนหลักสูตร ‘ศิลปะแห่งการจัดองค์ประกอบภาพถ่าย’ (The Art of Composition) ซึ่งเป็นหลักสูตรปกปิดของ DozzDIY ขอให้จำง่ายๆแค่ว่า กฏสามส่วนนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะความขี้เบื่อ, ความไม่พอใจในสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ และความทะยานอยากของมนุษย์ สิ่งนี้เองจึงทำให้เกิดการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆที่พอให้แก้เหงาหรือคลายความเบื่อลงได้บ้าง แต่ก่อนจะหายเบื่อก็มาดูการจัดองค์ประกอบกลางภาพให้ชินตากันก่อน

การจัดองค์ประกอบภาพถ่ายแบบวางจุดสนใจไว้ตรงกลางเป็นรูปแบบที่ค่อนข้างมาตรฐานและตายตัว (Static) มันใช้ได้ดีกับภาพหลายๆแบบซึ่งบ่อยครั้งก็อาจจะไม่ได้เกิดความเป็นไดนามิกของน้ำหนักและมิติมากนักเพราะเรามีข้อจำกัดกับพื้นที่ส่วนที่เหลือทำให้เล่นได้อย่างไม่เต็มที่อย่างที่บอกนั่นล่ะครับ

ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏสามส่วน

กฏสามส่วน มีลักษณะเป็นเส้นตรงแนวตั้ง หรือเส้นตรงแนวนอนสองเส้นซึ่งเว้นระยะประมาณ 33.33% อย่างพอดี วิธีการใช้งานก็ไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก แค่แบ่งพื้นที่การใช้งานของสิ่งต่างๆที่มีในภาพให้เป็นไปตามเส้นแกนเท่านั้นโดยรักษาความเท่ากันอาจจะด้วยแบบไม่เท่ากันก็ได้ (ดุลยภาพแบบอสมมาตร – Asymmetrical Balance)

กฏสามส่วนแบบแกนตั้งและแกนนอน

จริงอยู่ที่เหตุผลประการหนึ่งของกฏสามส่วนมีมาเพื่อแก้เบื่อการจัดองค์ประกอบไว้ตรงกลาง แต่ผู้ใช้งานมันจะต้องมีความพิถีพิถันในการเลือกวางและรักษาดุลยภาพเพิ่มเติมเพื่อไม่ให้รู้สึกว่าภาพหนักไปทางใดทางหนึ่งมากจนเกินไป ดังนั้นเรื่องของขนาด, การเปรียบเทียบ, ความแปลกแยก, ทิศทาง และคุณสมบัติทางด้านกายภาพอีกมากมายของวัตถุก็จำเป็นต้องเอามาคิดด้วย

ตัวอย่างภาพจากกฏสามส่วน

ในภาพๆหนึ่งอาจประกอบด้วยกฏที่ซ้อนทับตั้งแต่ 2 กฏขึ้นไปได้ แต่ในตอนนี้ถ้าคุณไม่ทราบกฏอะไรมาก่อนเลยนอกจากกฏดังกล่าวขอให้พยายามทำความเข้าใจจากภาพที่เห็นโดยมโนภาพว่ามีแกนแบ่งอยู่ในเฟรมตลอดเวลา พิจารณาว่าทำไมผู้สอนจึงนำตัวอย่างเหล่านี้มาให้ชม มันเป็นภาพที่ดีอย่างไรให้คิดตามไปด้วย ก่อนที่จะเข้าสู่การเรียนโครงสร้างอื่นๆต่อไปครับ

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Wuttipong Nim-orn

Wuttipong Nim-orn

Instructor of DozzDIY
เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ
เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook

เรียนถ่ายภาพและแต่งภาพ

เรียนออนไลน์ผ่านเว็บไซต์และกลุ่ม Facebook
เรื่องที่คุณอาจสนใจ

การใช้งานฟิลเตอร์ Iris Blur

Iris Blur เป็น 1 ในตัวเลือกฟิลเตอร์ของแกลเลอรีฟิลเตอร์ใน Photoshop CC มีการทำงานในการเบลอพื้นที่แบบเป็นกลุ่มในขณะที่ฟิลเตอร์จะพยายามคงภาพพื้นที่ๆไม่ได้รับผลกระทบจากเอฟเฟกไว้ให้มากที่สุด การใช้งานจะเป็นแบบรัศมีวงซึ่งผู้เรียนสามารถเรียนรู้สิ่งต่างๆได้จากบทความนี้

การใช้งานฟิลเตอร์ Shape Blur

Shape Blur คือ 1 ในฟิลเตอร์ที่ใช้ทรัพยากรประมวลผลมากพอสมควรเพื่อสร้างเอฟเฟกลักษณะ ‘บังคับรูปร่าง’ (Shape Control) อาการเบลอที่ได้จากเอฟเฟกจะถูกคำนวนโดยอ้างอิงจากวัตถุที่เลือก ตรงนี้ผู้เรียนสามารถสร้างรูปร่างที่ตัวเองต้องการได้ด้วย ข้อสันนิษฐานหนึ่งของฟังก์ชั่นดังกล่าวคือการเว้นค่าตัวแปรอิสระที่ให้เราเลือกได้เอง

การใช้งานฟิลเตอร์ Lens Blur

ฟิลเตอร์ Lens Blur ใน Adobe Photoshop CC จะแยกออกมาจาก Shape Blur ในแง่ของรูปร่างการเบลอที่จำกัดเหลี่ยมมุมตามสภาพของใบเบลด (เลียนเสมือนเลนส์ถ่ายภาพจริง) และเพิ่มพารามิเตอร์ที่สำคัญเข้าไปหลายตัวเพื่อทำให้เอฟเฟกที่เกิดขึ้นมีความสมจริงมากที่สุด

หลักสูตรถ่ายภาพและแต่งภาพจากเรา