DozzDIY เพื่อการเรียนรู้ที่ดีกว่า

Photoshop CC : ปรับคมด้วยฟิลเตอร์ Smart Sharpen

ปัญหาส่วนใหญ่ของเครื่องมือการปรับคมเป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ซึ่งไม่สามารถกำหนดได้ว่าตรงไหนควรถูกปรับคมหรือไม่ควรถูกปรับคม ยกตัวอย่างเช่นความจริงที่ว่าน้อยส์มักเกิดขึ้นในที่มืด แถมบริเวณก็ไม่ค่อยมีรายละเอียดที่มองเห็นได้ทำให้ไม่เกิดประโยชน์ที่จะไปปรับคมบริเวณดังกล่าว บทความเรื่องฟิลเตอร์ Smart Sharpen คือสิ่งที่เราจะเจาะลึกกันในตอนนี้ครับ

Smart Sharpen เปิดโอกาสให้จัดการกับความคมได้อย่างฉลาด

ฟิลเตอร์ Smart Sharpen ดูเหมือนว่าจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อการปรับคมโดยแท้จริงเมื่อต้องเทียบกับฟิลเตอร์ Unsharp Mask เนื่องจากว่าฟิลเตอร์ Unsharp Mask มีสเกลให้จัดการค่อนข้างน้อยและบางผลลัพธ์ก็ไม่ถูกใจเท่าที่ควร เพราะปัจจัยในการปรับคมที่ถูกต้องของภาพแต่ละภาพมีสิ่งที่ละเอียดอ่อนกว่าการเพิ่มปริมาณเท่าๆกันทั้งหมด

Smart Sharpen ถูกใช้ในรูปแบบ Smart Object เพื่อแก้ไขซ้ำได้

อย่างไรก็ตามการตั้งค่าบางอย่างใน Smart Sharpen อาจจะใช้เวลาประมวลผลที่นานกว่าเพื่อคุณภาพ ทำให้เสียเวลากว่าการปรับคมด้วยฟิลเตอร์ Unsharp Mask ด้วยเช่นเดียวกัน

ผู้เรียนสามารถเรียกหน้าต่างฟิลเตอร์ Smart Sharpen ได้จาก Filter > Sharpen > Smart Sharpen

เกี่ยวกับฟิลเตอร์ Smart Sharpen

Preview : อนุญาตให้เปิดการแสดงผลลัพธ์กับภาพที่กำลังทำงานร่วมอยู่ด้วยโดยทันทีหากทำเครื่องหมายถูก และยกเลิกการแสดงผลเมื่อนำเครื่องหมายถูกออก

Basic & Advanced : โหมดการทำงานกับฟิลเตอร์ Smart Sharpen โดยที่ Basic จะมีเพียงตัวเลือกบางอย่างให้ปรับแต่ง แต่ Advanced เราจะได้ควบคุมปริมาณความคมในส่วนเงากับส่วนสว่างเพิ่มด้วย และด้านล่างนี้จะกล่าวถึงในโหมด Advanced ไปเลยเพื่อรายละเอียดที่มากที่สุดเกี่ยวกับการทำงานของฟิลเตอร์ดังกล่าว

Smart Sharpen

ตัวเลือกที่มาจากโหมด Advenced

Fade Amount : การเกลี่ยผลเอฟเฟกเพื่อเจือจางปริมาณความแข็งกระด้างจากการปรับคม

Tonal Width : ขอบเขตของโทนที่กำหนด เช่นถ้าเราปรับค่า Tonal Width ของส่วน Shadow มากขึ้น โซนจากดำมาขาวในภาพจะถูกนำมาคำนวนมากขึ้นเรื่อยๆในกระบวนการ

Radius : ค่ารัศมีที่วัดออกจากพิกเซลขอบสี ยิ่งมีค่ามากจะยิ่งนำมาคำนวนในการปรับคมมากขึ้น

ไอคอนฟันเฟือง (Settings) : เลือกพฤติกรรมการปรับคมมีสองแบบคือ Legacy (เท่ากันทั้งหมดอย่างไม่มีละเว้นโทนภาพ – อย่าไปเลือกเลย) และ More Accurate ที่จะได้เลือกต่อจากการทำเครื่องหมายที่ Legacy ก่อนเพื่อความแม่นยำมากขึ้น (ใช้เวลานานเข้าไปอีก)

Amount : ปริมาณความเปรียบต่างของพิกเซลบริเวณรอบขอบสีในภาพ ยิ่งมีค่ามากผลยิ่งเกิดขึ้นมากในภาพโดยเลื่อนได้ตั้งแต่ 1-500% ปกติก็ไม่ควรใช้เกิน 100% เพราะจะทำให้ภาพดูไม่สมจริง

Radius : ค่าความกว้างในหน่วยพิกเซลที่วัดออกจากขอบซึ่งได้รับผลกระทบจากการวิเคราะห์เพื่อปรับคมจากสเกล Amount ดังนั้นมันจึงไม่ทำงานถ้าไม่เริ่มใช้สเกล Amount ขึ้นมาก่อน กำหนดได้ตั้งแต่ 0.1-64 พิกเซลเลยทีเดียว สำหรับการใช้งานนั้นขึ้นอยู่กับขนาดภาพด้วยเช่นกัน

(เทคนิค : เอาค่า ppi ของภาพที่กำลังทำงาน หารด้วย 150 คือค่า Radius ที่มีความเหมาะสมต่อภาพ)

Remove : โหมดการนำส่วนที่เกิดความเบลอจากการปรับคมภาพกรณีมีสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่ในภาพแล้วส่วนนั้นจะถูกแสดงมากขึ้น มีอยู่สามโหมดด้วยกันคือ Gaussian Blur (ถูกใช้ใน Unsharp Mask ด้วย) ซึ่งเป็นโหมดที่กระจายเกลี่ยพิกเซลด้วยฟังก์ชันเกาเซียน, Lens Blur คือโหมดการเกลี่ยในแบบของการละลายแบบเลนส์ถ่ายภาพกรณีเกิดแสงหลอนแย่ๆจากการปรับคม และ Motion Blur ที่ช่วยเบลอส่วนดังกล่าวด้วยการเคลื่นพิกเซลเป็นริ้วอย่างมีทิศทางกำหนด

dzzadmin