DozzDIY เพื่อการเรียนรู้ที่ดีกว่า

5 แอปพลิเคชันแต่งภาพมือถือแห่งปี 2017-2018

แอปพลิเคชันในการบันทึกภาพที่ดีบนโทรศัพท์มือถืออาจทำหน้าที่ตกแต่งภาพได้ไม่ดี เราจึงจำเป็นต้องหาโปรแกรมที่ผู้พัฒนาใส่ใจในรายละเอียดเพื่อภาพถ่ายที่ดีที่สุดก่อนนำออกเผยแพร่ และบทความนี้ได้กล่าวถึงแอปพลิเคชันสำหรับตกแต่งไฟล์ภาพดิบ (RAW) ซึ่งเป็นที่นิยมไว้ตรงนี้แล้ว

แอพพลิเคชั่นที่ผู้สอนขอนำเสนอและกล่าวถึงรายละเอียดอย่างคร่าวๆในละตัวต่อไปนี้ขอให้การใช้งานขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้เรียนเป็นหลักนะครับ เพราะแต่ละตัวต่างมีคุณสมบัติที่โดดเด่นแตกต่างกันออกไป หาตัวที่ใช่เพื่อที่จะนำเสนอความคิดและรูปแบบของเราออกมาได้ตรงใจที่สุดสักตัวสองตัว หรือจะใช้หมดเลยก็ไม่มีใครว่าแต่ระวังงงล่ะ

5 แอปพลิเคชันตกแต่งไฟล์ RAW ที่เข้ารอบของ DozzDIY

1 The New Lightroom CC (iOS & Android)

ที่เรียกว่า The New Lightroom CC เพราะว่าทาง Adobe เพิ่งเปิดตัวกันไปเมื่อปลายปี 2017 เล่นเอาช่างภาพน้อยใหญ่งงกันถ้วนหน้า เนื่องจากว่าปกติเรียกชื่อ Lightroom CC บนเดสก์ท็อปดีๆอยู่ก็โดนแย่งชื่อไปเฉยเลย (บนเดสก์ท็อปปัจจุบันชื่อ Lightroom Classic CC แล้วนะ) ทำให้ตอนนี้คนที่รู้จัก Lightroom ต้องรู้เพิ่มด้วยว่าโปรแกรมนี้มีสองแบบ คือแบบบนเดสก์ท็อป และแบบเดสก์ท็อป + แอปพลิเคชัน ซึ่งเราจะมาพูดถึงตัวหลังกัน

Adobe Photoshop Lightroom มีสองตัว
คือตัวที่ทำงานแบบไฮบริดจ์ทั้งเดสก์ท็อปและมือถือ กับตัวบนเดสก์ท็อปอย่างเดียว
และทั้งสองตัวก็จ่ายรายเดือนเหมือนกันหมดเลย จ่ายแยกอีกถ้าจะเอาสองตัว

สำหรับ Lightroom CC ตัวบนมือถือปัจจุบันใช้ตกแต่งไฟล์ RAW ได้ดีแล้วก็อาศัยบุญเก่าจากความนิยมเดิมของผู้ใช้ที่เชื่อมั่นใน Adobe ย้ายตามกันมา แต่ก็อย่างว่าล่ะนะเมื่อทุกอย่างทำงานแบบออนไลน์ก็ต้องมีพื้นที่จัดเก็บทำให้ถึงจะโหลดโปรแกรมนี้ฟรีแต่ก็ต้องจ่ายรายเดือนอยู่ดีอ่ะ สเกลในการทำงานตอนนี้ก็ค่อนข้างใกล้เคียงกับเวอร์ชั่นบนคอมพิวเตอร์ แถมยังมี Adobe Sensei ที่เรียกว่าเป็นการนำเอาระบบ Machine Learning มาเดาอะไรต่างๆนานามากมาย อนาคตก็สดใสทีเดียวเพราะเป็นการสร้างโปรแกรมขึ้นใหม่หมดและดูเหมือนจะเอาจริงซะด้วยกับ Adobe

2 Snapseed (iOS + Android)

แอปพลิเคชันตกแต่งไฟล์ภาพดิบจากกล้องมือถือสุดเจ๋งจากทางค่าย Google ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีในการทำฟิลเตอร์ที่ทำงานกับไฟล์ภาพดิบได้รวดเร็วว่องไวเสียกว่าแอปพลิเคชันที่เก็บเงินไปเยอะมาก (จนไม่รู้ว่าทำฟรีมาแบบนี้แล้วพี่ได้อะไรครับ) แถมยังได้ประสบการณ์ในการเทคโอเวอร์เอาเทคโนโลยี U-point แต่กาลก่อนของ Nik Software มาใช้ปรับปรุง จนปี 2018 นี้ Snapseed ก็ทำอะไรได้บานตะไทกว่าแต่เก่าก่อนไม่ว่าจะเป็นการใช้พู่กันระบายแบบอิสระ, ลบผักตามซอกฟัน, เพิ่มเม็ดเกรนแบบกล้องฟิล์ม หรือฟิลเตอร์แบบแปลกๆก็ทำได้อย่างไร้ข้อจำกัด

เพรียบพร้อมขนาดนี้ถือว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ต้องมีเลยทีเดียว แต่คนใช้งานก็ต้องมีความรู้เรื่องสเกลพอตัวนะ นิยมมากขนาดนี้เดี๋ยวปั๊ดเปิดคอร์สสอนซะเลยหนิ อิอิ

3 Darkroom (iOS)

ในเมื่อพูดถึงแอปพลิเคชันที่เป็นที่นิยมกันไปสองตัวลองมาพูดถึงแอปพลิเคชันหน้าใหม่ที่กำลังมาแรงอย่าง Darkroom มั่งดีกว่า (มาแรงตั้งแต่ 2015 แล้วล่ะที่จริง) เพราะช่างภาพหลายท่านที่เริ่มจะถ่ายภาพด้วยไอโฟนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันเลยว่าเอ็งควรจะต้องมีนะโว้ยยย

เหตุผลที่พวกเขาพูดแบบนั้นพอผู้สอนเข้าไปใช้ดูพบว่ามีการกำหนดโทนสีในแบบ Advanced Tone Curve ซึ่งถือว่าแหล่มเป็ดมากเนื่องจากเส้นเคิร์ฟเป็นอะไรที่ถือครองการแต่งภาพซะเกือบทุกอย่างละ จะเหลือก็แต่ว่าใช้มันเป็นหรือเปล่าเท่านั้น

สำหรับการปลดล็อกฟิลเตอร์หรือเครื่องมือเทพๆในแอพก็ต้องใช้เงินนะครับ เพราะดีขนาดทำฟรีคงยังไงๆ Darkroom ไม่ได้กล่าวหรอกผู้สอนพิมพ์เองจ้า

4 VSCO (iOS + Android)

แอปพลิเคชันที่โด่งดังเป็นพลุแตกถึงขนาดมีฟิลเตอร์ฟิล์มในรูปแบบพรีเซ็ตบนโปรแกรมเดสก์ท็อปอย่าง Lightroom (ขายกันในราคาหลักหมื่นเชียวนะแกร) ถึงขนาดที่ว่าบางคนยังไม่รู้จัก VSCO ดีแต่แค่ได้ยินชื่อว่า VSCO ก็ต้องซื้อหามาประดับเครื่องราวกับว่าเป็นคนทันยุคทันสมัย เห็นภาพก็รู้เลยหล่ะว่าใช้  VSCO หยั่งแน่นอน

แอพพลิเคชัน VSCO คือผู้นำแห่งความมินิมอลลิสท์ เพราะอินเตอร์เฟซการใช้งานดูเรียบง่ายไม่ยุ่งยากซันซ้อน แถมฟิลเตอร์แต่ละตัวก็มีที่มาที่ไปและเอกลักษณ์ที่ได้รับการทดสอบจากทางผู้ผลิตเป็นอย่างดีว่าใช้แล้วดูดจีย์มีรสนิยม มีความทันสมัยและคลาสสิค สเกลในแอปพลิเคชันดูธรรมดาแต่ใช้งานจัดว่าอัลกอริทึ่มดีมากทีเดียวเลยล่ะ

สำหรับ VSCO แม้ว่าจะโหลดได้ฟรีแต่เมื่อใดก็ตามที่กิเลสครอบงำ ฟิลเตอร์สวยๆที่เขาเอามาล่อตาล่อใจก็ต้องซื้อนะครับ ผูกไปกับบัญชีทางการที่ VSCO ด้วย เรียกว่าซื้อแล้วอยู่กันยาว สำหรับผู้สอนถือว่าคุ้มค่าเลยนะถ้าใครใช้งานจริงๆจังๆ

เป็นอีกตัวที่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

5 Afterlight

การแต่งภาพบนมือถืออย่างไฟล์ภาพดิบในบางครั้งดูเป็นทางการมากเกินไปทำให้ผู้บันทึกภาพที่มีหัวคิดสร้างสรรค์มักจะรู้สึกอึดอัดจนเขาต้องหาแอปอะไรสักอย่างมาปลดปล่อยความคิดแบบนี้ และ Afterlight ก็ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยความแปลกแหวกแนว ฟิลเตอร์ที่เยอะมากในแอพ และรูปแบบการทำงานของสเกลที่ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนทำให้ได้รับความนิยมในหมู่คนถ่ายภาพบนมือถืออยู่ไม่น้อย

ใครที่มองหาระบบเลเยอร์ในการแต่งภาพ หรือ กรอบภาพและการตกแต่งแบบแปลกๆก็เชิญได้ ส่วนการใช้แอปนี้ถ่ายภาพไม่แนะนำเท่าไหร่เพราะถ้าเราอยากทำภาพให้ดีไปเลยควรหาแอปถ่ายภาพแยกออกมาจะดีกว่านะ

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ ก็หวังว่าแอพพลิเคชั่นเหล่านี้จะเป็นทางเลือกให้กับผู้ที่บันทึกภาพเป็นไฟล์​ RAW แล้วไม่อยากโยนไปคอมเพื่อทำต่อ ฟิลเตอร์ที่หลากหลายและคุณสมบัติจากแอพที่ยกตัวอย่างมาถือว่าเพียงพอเลยกับการได้ภาพดีๆจ้า พิจารณาตามความเหมาะสมเอาน้า

ไม่มีความเห็น

ลงความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*