DozzDIY เพื่อการเรียนรู้ที่ดีกว่า

ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการภาพใน Lightroom

สิ่งที่ Lightroom ทำได้ยอดเยี่ยมกว่าโปรแกรมจัดการ RAW หลายๆโปรแกรมในท้องตลาดซึ่งจะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการจัดการภาพ และเนื่องจากว่าส่วนดังกล่าวนี้ผู้ที่เรียน Lightroom มักให้ความสำคัญเป็นเรื่องท้ายๆจึงกลายเป็นปัญหาชนิดที่ว่าสร้างความสับสนมากมายเมื่อถ่ายภาพไปได้สักระยะ เรามาดูกันดีกว่าว่าบทความนี้จะช่วยให้คุณลดความสับสนในระบบจัดการภาพของโปรแกรมได้อย่างไร

แค็ตตาล็อก (Catalogs)

แค็ตตาล็อกเป็นสิ่งที่มีไว้เพื่อบันทึกข้อมูลทุกอย่างของ Lightroom ในการทำงาน ผู้เรียนจะได้สร้างแค็ตตาล็อกขึ้นมาทันทีหลังจากเปิดใช้งานครั้งแรกโดยข้อมูลที่แค็ตตาล็อกบันทึกไว้นั้นได้แก่ตำแหน่งที่จัดเก็บภาพและรายละเอียดสำคัญไม่ว่าจะเป็นข้อมูลลิขสิทธิ์ภาพ, ข้อมูลของตัวอย่างภาพภาพคร่าวๆ, ประวัติการแก้ไขภาพและอื่นๆ การสร้างไฟล์แค็ตตาล็อกนั้นผู้เรียนสามารถกำหนดตำแหน่งของการบันทึกเอาไว้ได้ตั้งแต่แรกจากกล่องโต้ตอบ Catalog Setting การทำงานแต่ละครั้งผู้เรียนจะได้ทำงานร่วมกับแค็ตตาล็อกเพียงตัวเดียว แต่สามารถบันทึกหรือสร้างขึ้นมากี่แค็ตตาล็อกก็ได้ (โดยการสลับเปิดแค็ตตาล็อกที่ต้องการทำงาน)

catalog

แคตตาล็อกที่เก็บภาพตลอด 1 ปีอาจแสดงภาพง่ายๆได้แบบนี้

และถึงแม้ว่าปัจจุบัน Adobe Lightroom สามารถทำงานกับไฟล์แคตตาล็อกขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น อย่างไรก็ดีเพื่อความรอบคอบปลอดภัยอาจจะต้องมีการสร้างแค็ตตาล็อกใหม่ปีละครั้งเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อสิ่งที่คาดไม่ถึงเอาไว้ด้วย

ตำแหน่งเก็บแค็ตตาล็อก

Catalog Setting แสดงตำแหน่งเก็บไฟล์แค็ตตาล็อก

 catalognSide

ไฟล์แค็ตตาล็อกจะอยู่คู่กับไฟล์ที่ใช้พรีวิวภาพตัวอย่าง

โฟลเดอร์หรือแฟ้มเก็บภาพ (Folders)

โฟลเดอร์หรือแฟ้มเก็บภาพ หมายถึงตำแหน่งที่มีภาพถ่ายบรรจุเอาไว้ภายใน ยกตัวอย่างเช่นโฟลเดอร์ 29-11-58 อาจจะหมายถึงโฟลเดอร์ที่มีภาพถ่ายของวันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 เอาไว้ (เป็นชื่ออื่นก็ได้) ในการนำเข้าภาพมายัง Lightroom นั้นผู้เรียนสามารถนำภาพเข้ามาได้สองแบบหลักๆด้วยกันคือ นำภาพเข้ามาในโปรแกรมโดยที่ชี้ไปยังโฟลเดอร์นั้นเพียงอย่างเดียว หรือย้ายภาพเหล่านั้นมาเก็บไว้ยังโฟลเดอร์ใหม่ที่ตั้งค่าเอาไว้ด้วยค่าที่โปรแกรม Lightroom ระบุเอาไว้ เช่น จากเมมโมรี่การ์ดลงมาสู่โฟลเดอร์ในคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ

folder

ความสับสันเมื่อมีการย้ายภาพออกไปจากโฟลเดอร์ที่เคยถูกจดจำไว้ในโปรแกรม จนเป็นเหตุทำให้เกิดข้อความเตือนขึ้นมาใน Lightroom นั้นไม่นับเป็นปัญหาที่น่ากลัวอีกแล้ว เพราะเพียงผู้เรียนดับเบิลคลิกรายการโฟลเดอร์ที่ถูกย้ายไปแล้วใน Lightroom จากนั้นให้ระบุตำแหน่งของที่อยู่ใหม่โฟลเดอร์นั้น ภาพที่หายไปจะกลับมาอัพเดทอีกครั้ง

คอลเลกชันหรืออัลบั้มภาพ (Collections)

คอลเลกชันหรืออัลบั้มภาพเป็นหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดเมื่อเทียบกับแค็ตตาล็อกและโฟลเดอร์โดยเรียงลำดับความสำคัญได้เป็น แค็ตตาล็อก > โฟลเดอร์ > คอลเลกชัน ในโปรแกรม Adobe Lightroom กำหนดให้เราสร้างคอลเลคชันขึ้นมาได้ 3 แบบ ได้แก่ คอลเลกชันแบบกำหนดเอง (Custom Collection), คอลเลกชันอัจฉริยะ (Smart Collection) และ คอลเลกชันแบบเร่งด่วน (Quick Collection)

หมายเหตุ : การลบภาพที่มีในคอลเลกชันไม่ได้ทำให้ภาพต้นฉบับสูญหายไป

หมายเหตุ : เนื้อหา Lightroom CC ส่วนของขั้นตอนและเวิร์กช็อปการเรียกใช้งาน Collection อย่างละเอียดอยู่ในหลักสูตร Lightroom CC : Reverse-Learning Course ของ DozzDIY >> [คลิกที่นี่]

คอลเลกชันแบบกำหนดเอง (Custom Collection)

หมายถึง คอลเลกชันที่ผู้เรียนสามารถเลือกจากโฟลเดอร์ได้อย่างอิสระว่าจะนำภาพใดมาเก็บไว้บ้าง เช่นภาพที่ถ่ายจากประเทศเวียดนามทั้งหมด อาจจะหมายภาพที่เกียวข้องหรือถ่ายในประเทศเวียดนามทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโฟลเดอร์ไหนก็ตาม โดยผู้เรียนจะต้องนำมาเก็บไว้ในคอลเลกชันด้วยตัวเอง

collection

คอลเลกชันอัจฉริยะ (Smart Collection)

หมายถึงคอลเลกชันที่ถูกสร้างขึ้นตามเงื่อนไขที่ผู้ใช้กำหนดไว้ โดยเงื่อนไขดังกล่าวเป็นเครื่องมือที่ Lightroom ได้มีไว้ให้เพื่อความสะดวก ยกตัวอย่างเช่น ภาพที่ถ่ายด้วยเลนส์ทางยาวโฟกัสที่ระบุไว้ใน EXIF ว่า 50mm การระบุไว้แบบนี้ทำให้ Lightroom ค้นหาภาพทั้งหมดที่บันทึกไว้ในค่า EXIF ว่าเป็นทางยาว 50mm มาเก็บไว้ในคอลเลกชันอัจฉริยะนี้ และอัพเดทให้อยู่ตลอดเวลาเมื่อมีการนำเข้าภาพถ่ายที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุ

colcondition

จะกำหนดเงื่อนไขยาวๆยังไงก็ได้

คอลเลกชันแบบเร่งด่วน (Quick Collection)

เป็นคอลเลกชันที่ทำขึ้นมาอย่างเร็วซึ่งอาจจะเหมาะกับผู้ที่ไม่มีเวลาสร้างอย่างละเอียด หรือไม่ได้จำเพาะเจาะจงความเกี่ยวข้องของภาพแต่ละภาพมากนักในครั้งนั้น เช่นคอลเลกชันที่ต้องนำมารวมๆกับเพื่อแสดงสไลด์โชว์อย่างคร่าวๆหรือนำเสนอภาพให้ลูกค้าดูชั่วคราว เป็นต้น

ทั้งหมดนี้เป็นภาพรวมที่ช่วยให้ผู้เรียนได้คลายข้อสงสัยถึงความแตกต่างกันในแต่ละรูปแบบการจัดเก็บของ Adobe Lightroom ซึ่งต่างก็มีความสำคัญและทำงานร่วมกันในโปรแกรม ถ้าหากว่าผู้เรียนได้ทำความเข้าใจก็จะทำให้ภาพถ่ายถูกจัดเก็บอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พร้อมทั้งยังจัดการกับภาพจำนวนมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างเป็นระบบครับ

0 Comments

Leave a reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

*