DozzDIY เพื่อการเรียนรู้ที่ดีกว่า

ความรู้สึกเมื่อใช้ Samyang 12mm f/2.0 NCS CS [x-mount]

Samyang 12mm f/2.0 NCS CS เป็นเลนส์มุมกว้างตัวแรกที่ผมเลือกใช้สำหรับ Fuji X-Pro1 ต่อจากเลนส์ตาปลา 8mm f/2.8 ของค่ายดังกล่าว เพราะมีราคาถูกและส่วนตัวค่อนข้างพอใจกับสิ่งที่ได้รับเทียบกับสนนราคาที่จ่าย เลนส์ตัวนี้อยู่กับผมมาได้ปีกว่าๆแล้ว ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้เขียนถึงในมุมมองของผู้ใช้งาน มากกว่าทดสอบในทางเทคนิค

ความจำเป็นในการเลือกใช้เลนส์ดังกล่าวของผมเกิดจากการที่ต้องไปยังที่ต่างๆแล้วไม่มีเลนส์ที่เก็บบรรยากาศได้เลย เรียกว่าเป็นปัญหาชัดเจนถึงจะมี Fuji X100s เป็นกล้องสำรองแต่มุมของ 23mm APS-C ยังไม่กว้างมากพอ อีกทั้ง 32mm f/1.8 ของ Carl Zeiss ที่ใช้อยู่ก็ทำหน้าที่มุมมองทั่วไปได้ดีอยู่แล้ว (ภาพอาหาร, คนครึ่งตัว หรือภาพถ่ายมุมมองแบบคนทั่วไป) จึงจำเป็นต้องมองหาเลนส์อีกสักระยะที่เก็บภาพถ่ายภูมิทัศน์, สถาปัตยกรรม และภาพถ่ายท้องถนน

การเลือกเลนส์มุมกว้างสำหรับเบ้าสวมเลนส์กล้องถ่ายภาพดิจิตอลไร้กระจกของ Fuji X-Series จะพบกว่ามีเลนส์ให้เลือกอยู่สองสามตัว ในความรู้สึกตอนนั้นคิดว่าถ้ามีเงินมากกว่านี้ก็คงเลือก Carl Zeiss Touit Distagon 12mm f/2.8 เพราะชอบในน้ำหนักของสีที่มีความเปรียบต่างต่ำกว่า ในขณะที่ยังมีเลนส์ที่เป็นของ Fuji เองอย่าง XF 14mm f/2.8 และ XF 10-24mm f/4.0 ซึ่งเลนส์ตัวท้ายนี้สะดวกตรงที่ซูมได้ ถึงอย่างนั้นผมไม่ชอบเลนส์ซูมอยู่ดี.. แม้ว่าเทคโนโลยีเลนส์ของฟูจิจะดีมากก็ตาม

จึงมีตัวเลือกอีกตัวคือ 14 มิลลิเมตรซึ่งคิดว่าในมุมมองของกล้องตัวคูณ 1.5 ด้วยขนาดเซ็นเซอร์แล้วอาจจะยังไม่กว้างมากพออย่างที่ต้องการ จึงเหลือระยะเดียวที่เลือกใช้ คือ 12 ในใจคิดว่าถ้ากว้างไปก็ตัดภาพออกได้ด้วยโปรแกรม

จึงเป็นที่มาของ Samyang 12mm f/2.0 NCS CS ที่ใช้ถ่ายภาพในทุกวันนี้

ความประทับใจด้านรูปลักษณ์

เชื่อเถอะว่าถ้าคุณได้ลองจับเลนส์ของทั้งสามค่ายคุณจะหลงรัก Samyang ตัวนี้ ความรู้สึกหนักแน่นมั่นคงด้วยวัสดุแบบโลหะคาดด้วยสีแดงทำให้รู้สึกว่ามันเป็นเลนส์ที่พิเศษ พอนำไปประกบกับกล้องที่มีสีดำสนิทอย่าง Fuji X-Pro1 แล้วดูดีมากเลยทีเดียว

fuji x-pro1 and sayang 12mmf/2.0 ncs cs top view

FujiFilm FinePix X-Pro1 + Samyang 12mm f/2.0 NCS CS

ขนาดของเลนส์ไม่ใหญ่ แต่น้ำหนักอยู่ที่ 260 กรัม ซึ่งน่าจะหนักที่สุดเมื่อต้องเทียบกับ Carl Zeiss และ Fuji งานประกอบดีมาก ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็รู้สึกว่าต้องเป็นเลนส์ราคาแพง มาพร้อมกับฮูดและถุงใส่เลนส์ที่ดูดีใช้ได้อีกเช่นเดียวกัน

sayang 12mm f/2.0 ncs cs

ถ้าหาซื้อฟิลเตอร์ต้องเส้นผ่านศูนย์กลาง 67 มิลลิเมตรนะครับ

fuji x-pro1 + sayang 12m f/2.0 ncs cs

เมื่อใช้คู่กับ Fuji X-Pro1 ดูดุดันขึ้นมาเลยทีเดียว

ความประทับใจด้านระบบกลไก

วงแหวนโฟกัสของเลนส์ให้ความรู้สึกแข็งแรง ลักษณะเป็นเหลี่ยมหยักจับแล้วแน่นและไม่ลื่น เวลาเปลี่ยนรูรับแสงรู้สึกได้ถึงความคลิกเป็นคลิก ไม่แข็งเกินไป เรียกว่าน่าประทับใจมากเลยทีเดียว

ปัญหาที่ยิ่งใหญ่สำหรับผู้ใช้บางคนก็คือ Samyang เป็นเลนส์กลไกแบบมือหมุน จึงมีโหมดเดียวที่ใช้งานเลนส์นี้ได้คือ Manual Focus อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นเลนส์มุมกว้าง ช่วงของระยะชัดจึงมากกว่าเลนส์แบบเทเล ถ้าไม่เปิดรูรับแสงมากจนเกินไป (เช่นที่ f/2 หรือ f/2.8) การโฟกัสจะไม่ใช่เรื่องลำบากมากเหมือนเลนส์ที่ระยไกลกว่านี้ และระบบ Peaking Focus ของกล้องเองก็ช่วยได้พอสมควรหากต้องการความแน่นอนผ่านจออิเล็กทรอนิกส์ คิดเสียว่าโอกาสพังในเลนส์มือหมุนสามารถตัดความกังวลเกี่ยวกับวงจรไฟฟ้าไปได้พอสมควร (พังยากกว่านั่นเองล่ะนะ)

อีกข้อเสียสำหรับคนที่เคยชินกับระบบกันสั่น เลนส์ตัวนี้ไม่มีนะครับ

sayang 12mm f/2.0 ncs cs

ผมก็ชอบนะ เวลาที่ต้องถ่ายวิวหรือจับภาพที่เคลื่อนไหวเร็วๆ
โดยการเซ็ตโหมดความเร็วชัตเตอร์แบบตายตัว ให้โฟกัสจับไว้ที่ระยะอนันต์
มันก็ไม่เลวนักที่จะจับจังหวะดีๆด้วยเลนส์ระบบแมนนวล
FujiFilm FinePix X-Pro1 + Samyang 12mm f/2.0 NCS CS

samyangsharp

ความคมที่รูรับแสง f/2.8 ด้วยค่าปริมาณความคมชัด
จากโปรแกรม Adobe Lightroom CC 25 หน่วย
จะเห็นว่าที่สัดส่วนแบบ 1:1 ขอบภาพคมมากแล้ว
(ค่า EXIF ผมลืมตั้งไว้นะครับ ไม่ต้องไปสนใจนะ)

ความประทับใจด้านคุณภาพไฟล์

ขนาดรูรับแสงที่ f/5.6-f/11 คือค่ารูรับแสงที่ดีที่สุดของเลนส์ตัวนี้แล้ว (จากกลางจอไปยังขอบจอ) เพราะตั้งแต่ f/16 เป็นต้นไปหรือ f ที่กว้างกว่า f/5.6 จะมีอาการหลุดคมของขอบภาพให้เห็นบ้าง ถึงอย่างนั้นผมก็ชอบที่จะใช้ f กว้างๆอยู่ดีเพราะ Samyang ไม่ว่าจะถ่าย f อะไรภาพที่ได้ก็จะคมมาก คมกว่าภาพที่ได้จาก Carl Zeiss Touit และ Fuji XF ถ้าเรียงลำดับบอกได้เลยว่านี่คือความคมลำดับต้นๆแล้ว

สีสันที่ได้มีความจัดจ้านมาก นี่ก็น่าจะเป็นเพราะความคมแบบ High-Contrast เมื่อนำมาเปิดด้วยโปรแกรมจัดการไฟล์ภาพดิบอย่าง Adobe Lightroom CC แทบไม่ต้องทำอะไรกับความคมพวกนี้แล้ว สำหรับคนทำภาพอย่างผมถือเป็นข้อเสียนะ เพราะเราไปสร้างสรรค์ความคมให้ภาพไม่ค่อยได้ แถมสีที่เข้มข้นนั้นเวลาต้องเปิดเงาก็จะเกิดน้อยส์แทรกตามมา จึงควรถ่ายให้ดีที่สุดตั้งแต่แรกเพื่อที่จะได้ทำภาพน้อยลง

สำหรับโปรไฟล์ที่ใช้แก้ไขปัญหาเรื่องการคลาดสีและความผิดเพี้ยนของเลนส์ล่าสุดใน Adobe Lightroom CC มีให้ใช้แล้ว แต่เท่าที่ลองก็พบว่าไม่สามารถแก้ปัญหาได้แบบ 100% แบบ Carl Zeiss Touit Distagon 12mm f/2.8 ถึงอย่างนั้นก็ยังดีกว่าการไม่แก้ไขอะไรเลย เช่นขอบมืดหรือความผิดเพี้ยนเลนส์เบื้องต้น

ความประทับใจด้านราคา

15,900 บาทสำหรับเลนส์มือหนึ่ง และราคา 12,000 – 14,000 บาทสำหรับมือสองในตลาดกล้อง ถ้าคุณโชคดีก็คงหาได้ในราคาที่ถูกกว่านี้ ถามว่าประทับใจไหมกับราคาดังกล่าวนั่นคงเป็นปัญหาของคุณแล้วล่ะ สำหรับผมที่มีเงินในกระเป๋าตอนนั้น 18,000 บาท เดินไปซื้อแบบไม่อ่านรีวิวอะไรแล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้เลนส์อะไรมาใช้ บอกได้เลยว่าวันนี้ใช้งานคุ้มมาก ทั้งถ่ายภาพคนภาพวิว ภาพโครงสร้างหรืออะไรที่ดูอลังการ

อีกทั้งผมเองไม่ได้รู้สึกว่าการที่ต้องมาเลื่อนจุดโฟกัสเองนั้นเป็นปัญหาอะไร เพราะมาจากระบบนี้อยู่แล้วก็ยิ่งไม่เป็นปัญหา ได้ทั้งความคมที่รุนแรง สีสันจัดจ้าน งานประกอบยอดเยี่ยม แถมยังดูแพงอีกต่างหาก ราคาแบบนี้ถึงอ่านรีวิวหรือหาข้อมูลไปแล้วเมื่ออยู่ที่ร้านคงตัดสินใจไม่ยากนัก

เหตุผลเดียวที่คนส่วนใหญ่จะไม่ซื้อ ก็เพราะว่ามันเป็นมือหมุน

ภาพจากเลนส์ Samyang 12mm f/2.0 NCS CS ที่ผ่านมาของ DozzDIY

_DPF1041_fb

_DPF0463_fb

_DPF0061_fb

_DSF9736_fb

_DSF9362๘ดิ

_DSF9585_fb

_DSF7105_fb

_DSF5177_fb

_DSF4051_fb

Samyang ยังคงเป็นเลนส์ที่มีเสน่ห์ทั้งความคม, สีสันอิ่มตัว ราคาเป็นมิตรและยังเป็นมือหมุนเหมือนเคย ไม่รู้ว่าเพราะเป็นมือหมุนหรือเปล่าถึงได้ราคาแบบนี้ออกมา หากมีโอกาสก็คงเลือกใช้เลนส์ค่ายนี้อีกต่อไปเรื่อยๆ เห็นว่ามีระยะเทเลด้วยแถมไม่มีกันสั่นอีกต่างหาก ซื้อมาใช้ถ่ายในที่แสงไม่แรงพอคงระทึกอยู่ไม่น้อย

dzzadmin